ReadCamp 29 Nov 2008 @ Bangkok Art and Culture Centre

Smack my Macbook

by pittaya

ได้ยินเรื่อง Sudden motion sensor ในโน้ตบุ้คของ Apple มานานแล้ว แต่เพิ่งไปเห็นวิดีโอใน YouTube ที่เค้าเอามาโชว์ ท่าทางดูเท่ดี ตบข้างๆ เครื่องแล้วสวิตช์ desktop ได้

มีคนทำโปรแกรม desktop manager มาให้เรียบร้อยแล้ว โดยมีความสามารถนี้ด้วย คือโปรแกรม VirtueDesktops เอามาลงปุ๊บ ก็ตบเล่นได้เลย

แต่ว่าลองเล่นมากไปหน่อย หรือไม่ก็ตบแรงเกิน ตอนนี้ harddisk เจ๊งไปแล้ว ต้องส่งเคลม เลยมาเขียนเตือนว่า ถ้าใครอยากเล่นก็เบาๆ มือหน่อย

ข้อมูลที่ไม่ได้ backup ไว้ สลายไปหมดเรียบ :’(

Saikano หรือชื่อเต็มว่า Saishu Heiki Kanojo เป็นเรื่องรักวัยรุ่น ระหว่างหนุ่มปากเสีย กับสาวซุ่มซ่าม อ่อนแอ แต่พอดีเกิดเหตุที่ว่าประเทศญี่ปุ่นต้องเข้าสู่สงคราม เลยทำให้นางเอกถูกเอาตัวไปดัดแปลงให้เป็นอาวุธสุดยอด เพื่อสู้กับศัตรู

เห็นพล็อตเรื่องทีแรกก็งงอยู่ว่ามันเพี้ยนอะไรได้ขนาดนี้ แต่ถ้าแปลชื่อเรื่องตรงๆ ก็ได้ความหมาย Saishu = last, Heiki = weapon, Kanojo = girlfriend รวมๆ กันก็เป็นชื่อภาษาอังกฤษ “She, the Ultimate Weapon” ตรงตัวดี

Saikano มีทั้งเวอร์ชัน anime 13 ตอนจบ และ manga 7 เล่มจบ ตามสูตรสำเร็จของการ์ตูนญี่ปุ่น เมื่อมีทั้ง manga และ anime แล้ว ก็ต้องมีเวอร์ชันคนแสดงมาโกยเงินอีกรอบ

Saikano

เวอร์ชันนี้ได้ Aki Maeda นางเอกจาก Battle Royal มารับบทนางเอก ส่วนดาราคนอื่นไม่คุ้นหน้าสักเท่าไหร่ ยกเว้น Shihori Kanjiya จากเรื่อง Swing Girls

Saikano เวอร์ชันทั้ง manga และ anime เป็นการ์ตูนทำร้ายจิดใจคนดูอย่างแรง เพราะมันเศร้ามากๆ จนคิดว่าคนเขียนคงเป็นพวกเดียวกับ Lars von Trier ถึงได้ทำร้ายตัวละครกันแบบนี้ แต่พอทำเป็นหนังโรง รายละเอียดถูกลดทอนลงไปเยอะ จนกลายเป็นหนังไม่เศร้า ไม่ซึ้ง (และไม่ค่อยสนุก) ไปเลย อาจเป็นเพราะหนังทำให้ผู้ชมในวงกว้างดู หลายฉากจึงต้องลดความรุนแรงลงไป (ใน manga ไม่มีใครเป็นคนดีซักคน แล้วก็ตายกันแบบทุรนทุรายซะเกือบทั้งหมด)

CG ในเรื่องอาจจะยังไม่เนียนระดับฮอลลีวู้ด แต่ก็ทำออกมาดูดีตามมาตรฐานหนังญี่ปุ่น โดยเฉพาะฉาก Chise ยิงระเบิดเป็น Starfall ลงมา เท่มาก

Saikano เวอร์ชัน anime ลิขสิทธิ์ของ Amigo ออกมาจบเรียบร้อยแล้ว และ Manga มีทั้งหมด 7 เล่ม ลิขสิทธิ์ของเนชั่น พิมพ์มาถึงเล่ม 6 แล้ว แต่เล่ม 7 ไม่มีวี่แว่วว่าจะออกในเร็ววัน ได้ข่าวว่าเล่ม 7 มันมีฉากหลุมดำเยอะไปหน่อย ประกอบกับเรื่องนี้ก็ไม่ได้ขายดีอะไรมาก (ไม่ใช่ Naruto นี่นา) อาจจะมีโอกาสโดนลอยแพได้ง่ายๆ

The Prestige หนังเรื่องล่าสุดของผู้กำกับ Chistopher Nolan (Memento, Batman Begins) ว่าด้วยเรื่องการห้ำหั่นเฉือนคมกันของสองนักมายากล Christian Bale กับ Hugh Jackman

หนังทั้งเรื่องเหมือนกับเป็นมายากลในตัวของมันเอง มีครบถ้วนทั้งสามองค์ตามหลักของมายากล อันได้แก่ “The Pledge” “The Turn” และ “The Prestige” คนดูในโรงหนัง ก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ชมที่กำลังนั่งดูมายากล โดยพยายามจ้องหาให้ได้ว่า “ทริก” ที่นักมายากลใช้ มันมีที่มาที่ไปยังไง แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เพราะดูยังไงก็ดูไม่ออก โชคดีที่ Christopher Nolan ยังเป็นผู้กำกับหนัง ไม่ใช่นักมายากล ที่มาที่ไปของกลเม็ดในเรื่องจึงถูกเปิดเผยออกมาในช่วง “The Prestige” ของหนัง

แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็ยังอยากจะตีตั๋วเข้าไปจับผิดมายากลนี้อีกสักรอบ

ปล. กลับมาเปิด imdb ดูถึงเพิ่งรู้ว่า David Bowie แอบมาแสดงด้วย
ปล.2 ก่อนฉายมีตัวอย่างหนัง 300 ให้ดูด้วย ถึงจะเคยโหลดมาดูจากในเวบตั้งนานแล้ว แต่ว่าดูในโรง จอใหญ่ๆ ยิ่งรู้สึกว่าหนังมันเท่ดีจริงๆ

From Understanding Apple’s Binary Protection in Mac OS X (via)

$ cat dsmos.c
main() {
puts(-16 * 4096 + 0×1600);
}

$ gcc -o dsmos dsmos.c
$ ./dsmos
Your karma check for today:
There once was was a user that whined
his existing OS was so blind,
he’d do better to pirate
an OS that ran great
but found his hardware declined.
Please don’t steal Mac OS!
Really, that’s way uncool.
#5P

Only on Intel Mac

« Previous Page