DIY - Wall paint for dummies

ตอนแรก มีไอเดียตกแต่งห้องที่กำลังจะเข้าไปอยู่ว่า จะติด wallpaper ลายสวยๆ แต่หลังจากเดินหามาหลายที่ ไม่เจอลายที่ถูกใจซักที แล้วราคาก็ค่อนข้างสูงอยู่ ก็เลยตัดใจทาสีผนังเองซะเลย แล้วค่อยตัด sticker เป็นลายแนวๆ มาแปะทีหลัง

สรุปขั้นตอนการทาสีผนังห้องตัวเองไว้ เผื่อมีคนอื่นอยากลองบ้าง

  • เลือกก่อนว่าอยากทาสีอะไร ลอง design ในคอมดูคร่าวๆ ก็ได้ ว่าเข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ในห้องแค่ไหน
  • พอเลือกสีที่ต้องการได้แล้ว พยายามหาวัตถุที่มีสีนั้นๆ แล้วพกไปเทียบตอนซื้อสีด้วย
  • อุปกรณ์ครบทุกอย่าง สามารถหาซื้อได้ที่โฮมโปร
  • เดินไปที่แผนกสี เค้าจะมีแคตตาล็อกสีให้ ก็เอาตัวอย่างสีที่เราต้องการมาเทียบ อย่าใช้วิธีการจำ เพราะว่าในแคตตาล็อกมีสีเยอะมาก ดูแล้วจะตาลาย ทำให้ตัดสินใจพลาดได้
  • กรณีของผม อยากได้สีแดงแบบร้าน Muji ก็ไปซื้อของที่ร้าน แล้วเอาถุงมาเทียบ
  • เลือกสีได้แล้วก็บอกพนักงาน เค้าจะใช้เครื่องผสมสีให้
  • สี 1 แกลลอนทาได้ 15 ตารางเมตร สองเที่ยว ถ้าพื้นที่ใหญ่กว่านี้ ก็ต้องซื้อกระป๋องใหญ่ขึ้น ราคาแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ
  • สีที่ทาคราวนี้ใช้ SuperShield DuraClean เป็นสีน้ำพลาสติก สำหรับทาภายในบ้าน มีแบบกึ่งเงา กับแบบด้านให้เลือก ตามชอบใจ สีพวกนี้ดีตรงที่ผสมง่าย ล้างง่าย ไม่ค่อยเหม็น
  • สีไม่เหมือนกัน ราคาก็ต่างกัน ซื้อสีน้ำตาลกระป๋องละ 700 กว่าบาท แต่สีแดงราคาอยู่ที่ 1100 กว่าๆ
  • ซื้อถาดทาสี + ลูกกลิ้ง แบบขายเป็นแพ็คก็มี ราคา 130 บาท
  • ซื้อแปรงทาสีสำหรับเก็บงานตามขอบ ขนาดซัก 38mm กำลังดี ราคาไม่น่าเกิน 40 บาท
  • ถ้ากลัวส่วนอื่นเลอะ ซื้อกระดาษกาวย่นไปแปะสำหรับกันสีโดนส่วนอื่นด้วย
  • หาบันไดสำหรับปีนไปทาที่สูงๆ
  • หลังจากหาอุปกรณ์ครบแล้วก็เริ่มทาได้ โดยต้องผสมสีก่อน ใช้ช้อนสั้นตักสีจากกระป๋องลงในถาด ใส่น้ำเล็กน้อย ผสมกันให้ทั่ว
  • ลองเอาลูกกลิ้งมากลิ้งๆ ดู ถ้าฝืด ไม่หมุน แสดงว่าผสมข้นเกินไป
  • สังเกตว่าด้ามจับลูกกลิ้ง มันจะเป็นรูให้เอาไม้เสียบได้ เราสามารถใช้ด้ามไม้กวาด เสียบเพื่อเพิ่มความยาว ทาบริเวณสูงๆ ได้
  • บริเวณกว้างๆ ใช้ลูกกลิ้งทา ส่วนที่แคบๆ ใช้แปรงทาสี
  • ทาเสร็จแล้วนอนรอ 3-4 ชั่วโมงให้แห้ง แล้วทาทับอีกรอบ
  • ถ้าหากว่าทาทับรอบสองแล้วยังสีไม่เรียบเท่ากัน อาจจะทารอบที่สามได้ แต่ปกติเค้าก็จะทากันแค่ 2-3 รอบ ไม่มีรอบ 4
  • ที่ลองทาดู สีน้ำตาลช็อกโกแลตนม ทาให้เรียบง่ายกว่าสีแดง สองรอบก็โอเค แต่สีแดงต้องทาสามรอบถึงจะเรียบ
  • เสร็จแล้วล้างอุปกรณ์เก็บให้เรียบร้อย


อุปกรณ์


ขั้นตอนการทา


รอสีแห้ง


เสร็จแล้ว


นี่อีกห้องนึง

ทาเสร็จแล้วปวดแขน ปวดขามากๆ

Roll back

ความซวยบังเกิดขึ้น เมื่อบริการ hosting เจ้าที่ใช้อยู่ (site5) มีเรื่องต้องย้ายข้อมูลจาก server เก่าไปยังเครื่องใหม่ แล้วมันไม่ได้ sync ข้อมูลในฐานข้อมูลไปด้วย ทำให้ข้อมูลใน database ทั้งหมด ที่มีการอัพเดตตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา สลายหายไปเป็นอากาศธาตุ

พยายามแก้ไข ส่ง ticket ไปทาง support ของ site5 คุย email กันมาสองวัน สรุปว่า backup ล่าสุดของ database มันมีเท่านี้จริงๆ ทำให้ blog ตอนหลังๆ มันหายไป

เมื่อหมดหวังจะกู้ database ก็เลยใช้วิธีการ post ใหม่แทน โชคดีที่ว่า google ยังเก็บหน้าเว็บตั้งแต่วันก่อนที่มันจะเจ๊งไว้ ทำให้สามารถไปคัดลอกข้อมูลมาแปะใหม่ได้

ที่แย่คือ comment ทั้งหลายที่มีคนมาตอบในช่วงเดือนที่ผ่านมา หายเรียบ

ที่ซวยอีกอย่างหนึ่งคือ อัพเกรด wordpress จาก 2.6.1 เป็น 2.7 แล้วเจ๊ง เข้าหน้า admin ไม่ได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร สุดท้ายต้องลง wordpress ใหม่

เซ็งกับเรื่องนี้มาก สงสัยว่าหมดสัญญาเช่า hosting อันนี้แล้วจะย้ายหนีไปอยู่ OpenFreeHost แล้ว

Wasabi

ร้าน Wasabi ห้างเอสพลานาด รัชดา ไปกินมานานละ แต่ดอง blog ไม่ได้อัพสักที พักหลังขี้เกียจ ยิ่ง tweet บ่อยๆ ก็ทำให้พลังในการอัพ blog ถดถอย


ตะเกียบ


ขนมจีบ


ชาเขียวร้อน


ข้าวหน้าปลาดิบ แบบถูก


ซูชิเซต


ดูมากุโร่กันชัดๆ


โรลอะโวคาโด

รวมๆ ก็อร่อยดี รสชาติวาซาบิโดดเด่นสมกับชื่อร้าน

เท่านี้แหละ จบดื้อๆ

Readcamp Bangkok

ไปงาน ReadCamp มาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นงานลักษณะเดียวกันกับ BarCamp หลายๆ ครั้งที่เคยไปมา แต่สำหรับงาน ReadCamp นี้ เป็นเรื่องของ อะไรก็ได้ เอามาอ่าน ตีความ คุยกัน ตาม concept ของงานที่บอกว่า “ทุกอย่างอ่านได้”

คนที่มาร่วมงาน ส่วนหนึ่งก็เป็นคนคุ้นหน้าที่มาจาก BarCamp กับอีกส่วนหนึ่ง (ซึ่งเป็นส่วนมาก) เป็นหน้าใหม่ นอกสาย IT เพิ่งเคยเจอเป็นหนแรก ซึ่งคนกลุ่มนี้จริงๆ แล้วมีเยอะมาก แต่ไม่ค่อยมีกิจกรรมแบบที่ให้มาจับกลุ่มคุยกันแบบ ReadCamp สักเท่าไหร่ (อาจจะมองว่า Pecha Kucha ก็มีส่วนคล้าย แต่ในทางปฏิบัติแล้ว งานแนว “อสัมมนา” อย่าง ReadCamp จะมีความเป็นกันเอง และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมได้ง่ายกว่า)

งานนี้ก็เสนอหัวข้อไป แล้วก็ได้พูดด้วย คราวนี้เป็นเรื่อง xkcd เว็บคอมมิค ที่ต้องคิดหลายตลบนิดนึง ก่อนที่จะขำได้ (สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเรื่องคอม)

สไลด์อันนี้ตอนทำนี่คิดไม่ออกว่าจะคัดเอาตอนไหนมาให้ดูบ้าง เพราะคาดไม่ถูกว่าคนที่เข้ามาฟังจะมีพื้นฐานความ geek มากแค่ไหน ก็เลยคัดแต่ตอนกลางๆ ที่อธิบายเล็กน้อยก็พอขำได้มาลง ถ้าเล่นมุกระดับ 1337 เกิน กลัวว่าจะนิ่งกันทั้งห้อง แต่ก็โชคดีที่ตอนซาวเสียงก่อนเริ่มพูด ก็มีคนเคยอ่านผ่านตามาบ้าง ประมาณเกือบครึ่งห้อง ก็ช่วยๆ กันคุยจน session จบไปได้ด้วยดี

สรุปว่า ตั้งแต่ต้นปี เข้า camp ไปแล้วเยอะมาก ตั้งแต่ BarcampBangkok, DrupalCamp, BarcampChiangmai, ThailandNextWebApps, BarcampBangkok2, WordCamp, MashCamp, ReadCamp ปีนี้ขอพอแค่นี้ก่อนละกัน