Posted
on July 16, 2008, 01:55,
by pittaya.
Ladakh เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่หนึ่งในแคว้น Kashmir ของอินเดีย อยู่แถวๆ หิมาลัย มีภูมิประเทศเป็นหุบเขา อากาศหนาวเย็น เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่อง Samsara ที่เคยเข้าฉายบ้านเราเมื่อหลายปีก่อน (ชื่อไทยว่า “รักร้อนแผ่นดินต้องจำ”) ถ้าใครไม่เคยดูหรือว่าจำไม่ได้ ฉากในหนังจะเป็นหุบเขา เห็นแต่ท้องฟ้า หุบเขา และทะเลสาบ ซะเป็นส่วนใหญ่ หน้าตาประมาณรูปข้างล่าง
รูปโดย snotch (http://www.flickr.com/photos/snotch/230818905/ )
แหล่งท่องเที่ยวมีชื่ออีกที่หนึ่งคือ ทะเลสาบ Pangong
รูปโดย rmsguhan (http://www.flickr.com/photos/rmsguhan/690594681/ )
สถานที่ที่ดูไปแล้วก้ไม่ค่อยจะมีอะไรแบบนี้ กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับนักเดินทางประเภท ชอบหนาว+ชอบลุย มีจัดทริปเดินทางกันไปเป็นล่ำเป็นสัน
ทีนี้คือว่า มีเพื่อนมาไหว้วานขอเนื้อที่โฆษณาใน blog ประกาศรับคนไปร่วมทัวร์ Leh - Ladakh - Kashmir ในช่วงวันที่ 22 สิงหา - 1 กันยา เป็นทัวร์แบบลุยๆ หน่อย ทั้งทริปไม่น่าเกิน 10 คน (คือถ้าคนไม่ครบแล้วทริปมันจะล่มน่ะ) ถ้าสนใจติดต่อไปที่ kip [at] kipkipkip.com หรือว่าทาง twitter ที่ @kipkipkip ก็ได้
(พื้นที่โฆษณา)
Posted
on July 14, 2008, 19:17,
by pittaya.
ไปลองกินปลาทูน่ามา ที่ร้าน Miyatake ชั้น 5 เซ็นทรัลเวิร์ด โซนอิเซตัน
เค้าว่าปลาทูน่า (คนญี่ปุ่นเรียก มากุโร่) มีหลายพันธุ์ จับได้จากทะเลหลายแห่ง แต่ละส่วนก็มีชื่อเรียกต่างๆ กันไป บริเวณเนื้อแดง ไม่ค่อยมีไขมันเรียก Akami ส่วนท้องที่มีไขมันมากขึ้นเรียกว่า Chutoro แล้วก็ส่วนท้องที่มีไขมันมากที่สุดเรียกว่า Otoro
สีเข้มๆ นั่นคือ Akami ที่ร้านบอกว่าจับได้จากทะเลอันดามัน
เซตที่สั่งมาจะมี Akami 3 ชิ้น Chutoro 2 ชิ้น และ Otoro 2 ชิ้น ในการ์ตูนซูชิเค้าแนะนำว่า ควรเริ่มกินจากรสอ่อนไปยังรสเข้ม ก็คือให้เริ่มจาก Akami > Chutoro > Otoro
Otoro จับได้จากทะเลสเปน
เค้าว่าไขมันของปลาทูน่านี้ เป็นไขมันสัตว์ที่ละลายได้ง่ายมาก แค่ความร้อนจากร่างกายก็ทำให้ละลายได้แล้ว เป็นที่มาของคำว่า “ละลายในปาก”
อันนี้เป็น Chutoro จากทะเลออสเตรเลีย
อ่านการ์ตูนทำอาหารมากเกินไปนี่มันไม่ดีจริงๆ นะเนี่ย
Posted
on July 11, 2008, 12:24,
by pittaya.
Hellboy 2 : The Golden Army เป็นภาคต่อของ Hellboy ภาคแรกที่เป็นหนังเมื่อปี 2004 โดยทั้งสองภาคเป็นผลงานของผู้กำกับ Guillermo del Toro ที่เคยทำหนังจินตนาการบรรเจิดอย่าง El Labirinto del Fauno (Pan’s Labyrinth) ผ่านตาคนดูบ้านเรากันไปแล้ว
โดยส่วนตัวแล้ว หนังเรื่องแรกของ Del Toro ที่ได้ดูคือเรื่อง Blade II ซึ่งตอนนั้นก็ชอบอยู่พอสมควร (ฉากบู๊ดุเดือด, soundtrack ถูกใจ) แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจว่าใครเป็นคนกำกับ จนกระทั่งปีที่แล้วได้ดู Pan’s Labyrinth ถูกใจมาก ชอบมาก จนต้องไปหางานเก่าอย่าง El espinazo del diablo (The Devil’s Backbone) มาดู (แล้วก็ชอบพอกัน) แต่กับ Hellboy ภาคแรกนี่รู้สึกว่ามันไม่ค่อยน่าดูเลย จนกระทั่งว่ามันมีภาค 2 ออกมา ถ้าเกิดว่าไม่ดูภาคแรกเสียก่อนแล้วเดี๋ยวจะดูภาค 2 ไม่รู้เรื่อง ปรากฎว่ามันไม่สนุกอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย ตัวโกงหน้าตาเหมือนกระจอก แต่ดันตายยากแบบไร้เหตุผล สู้กันจนเบื่อ แต่บอสใหญ่สุดตายง่ายจนน่าสงสัยว่า เฮ้ย นี่ตายแล้วจริงเรอะ
ถึงจะไม่ประทับใจกับภาคแรกยังไง แต่สุดท้ายแล้วพอ Hellboy 2 เข้า ก็เสียตังค์เข้าไปดูในโรงอยู่ดี แต่คราวนี้พบว่ามันสนุกกว่าภาคแรกเยอะเลย! ในภาค 2 นี้มีเกริ่นนิดเดียวว่า Hellboy เป็นเด็กนรกถูกกองทัพสหรัฐเก็บได้และเอามาเลี้ยง ให้ปฏิบัติภารกิจแบบลับๆ ส่วนตัวละครอื่นไม่มีแนะนำกันเลย คนที่ไม่เคยดูภาคแรกคงมีงงกันบ้าง เนื้อเรื่องในภาค 2 มีอยู่ว่า กองทัพทองคำในตำนานที่กล่าวขานกันว่าไร้พ่าย กำลังจะถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับไหลโดยแผนการของ Prince Nuala (ดูไม่ออกว่าเป็นตัวอะไร น่าจะเป็น elf ประเภทหนึ่ง) Hellboy และผองเพื่อนจึงต้องขัดขวางแผนการนี้ให้ได้
หนังดูสนุก ลื่นไหล effect ทำได้ดี แต่สิ่งที่ชอบมากๆ ใน Hellboy 2 นี่คือ ตัวประหลาดทั้งหลาย ที่มีมากหน้าหลายตา เยอะแยะมาก แล้วแต่ละตัวก็ดูแล้วเหมือนหลุดออกมาจากฝันร้าย ถ้าเอาไปใส่ในเรื่อง Pan’s Labyrinth ก็คงเข้ากันได้ดีอย่างไม่มีขัดเขิน
ใครเคยดูภาคแรกแล้วชอบ ก็คงไม่พลาดภาค 2 นี่อยู่แล้ว
ใครเคยดูภาคแรกแล้วไม่ชอบ แนะนำว่าให้ไห้ลองดูภาค 2 เพราะสนุกกว่าเยอะ
ใครไม่เคยดูภาคแรก ให้ลองไปหามาดูก่อนตัดสินใจ
ปล. โรงหนังที่ไปดูคือ Esplanade Cineplex มองดูที่ตารางรอบหนังแล้วอดขำไม่ได้ เพราะเรื่องที่กำลังฉายอยู่ตอนนี้มี
Hellboy 2 - ฮีโร่พันธุ์นรก
Hancock - ฮีโร่ขวางนรก
Wanted - ฮีโร่เพชรฆาตสั่งตาย
มีแต่ฮีโร่
ปล2. ทำไมเดี๋ยวนี้มันต้องตรวจกระเป๋ากันก่อนเข้าไปดูหนังด้วย ก่อนเข้าโซนโรงหนังก็ตรวจรอบนึง ต้องเอากล้องดิจิตอลฝากไว้ ที่หน้าโรงก็มีอีกรอบ เคยอยู่หนนึงขนาดว่าโทรศัพท์มือถือถ่ายวิดีโอได้ก็ต้องฝาก (โชคดีที่ใช้โทรศัพท์รุ่นกระจอก ถ่ายรูปยังไม่ได้เลย) ทำยังกับว่าคนดูหนังเป็นอาชญากรซะอย่างงั้น
Posted
on July 8, 2008, 11:01,
by pittaya.
ช่วงนี้ได้ยินแต่เรื่อง เขาพระวิหาร
พอดีว่ามีคนเอาลิงก์หน้าเว็บผู้จัดการมาให้ดูเปรียบเทียบกันระหว่างท่าทีต่อเรื่องนี้ในช่วงปีที่แล้ว (รัฐบาลสุรยุทธ) กับปีนี้ (รัฐบาลสมัคร)
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
ข่าวปีที่แล้ว - ไทยหนุนขึ้นทะเบียน “ปราสาทเขาพระวิหาร” เป็นมรดกโลก
ข่าวปีนี้ - เสร็จโจร! “พระวิหาร” เป็นมรดกโลกของกัมพูชาแล้ว
ตกลงว่าจะเอายังไงกันแน่?
Posted
on June 24, 2008, 23:32,
by pittaya.
ครอบครัวแสนสุข พ่อแม่ลูก เดินทางไปบ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบ หวังจะใช้วันหยุดพักผ่อน ตีกอล์ฟ เล่นเรือ กับเพื่อนบ้าน แต่ทุกอย่างกลับต้องพังทลายเมื่อมีไอ้หนุ่มแปลกหน้าสองคนเดินเข้ามาขอไข่!
Funny Games กำกับโดยผู้กำกับชื่อดัง Michael Haneke ที่จับเอาหนัง Funny Games ที่เค้ากำกับเองเมื่อสิบปีที่แล้ว มารีเมคใหม่ จากภาษาเยอรมันมาเป็นภาษาอังกฤษแบบช็อตต่อช็อต!
Michael Haneke เป็นผู้กำกับที่ช่ำชองเรื่องการเล่นกับความรู้สึกของคนดูมาก จาก Hidden หนังเรื่องที่แล้วของเค้า หลอกล่อให้คนดูสงสัยใคร่รู้ เผยให้เห็นชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่จะต่อกันเป็นรูปเป็นร่าง ทีละชิ้นๆ แต่ฉับพลัน เค้าก็ทำลายมันลงทั้งหมด ไม่เหลืออะไรให้เชื่อถือได้ ปล่อยให้คนดูหลงทาง จับต้นชนปลายไม่ถูก หลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งจบเรื่องก็ยังไม่สามารถมั่นใจอะไรได้เลยนอกจากว่า ตัวเองโดนผู้กำกับหลอกจนหัวปั่น
ใน Funny Games ยังคงเอกลักษณ์ของ Haneke ไว้อย่างครบถ้วน ในเรื่องนี้ Haneke ปล่อยให้คนดูลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร ปล่อยให้มีความหวัง ทีละนิดๆ จากนั้นจึงค่อยๆ บดขยี้ความหวังพวกนี้ลงทีละอย่าง แต่ก็ไม่บี้ให้ดับสนิท เหลือไว้ให้ทรมานคนดูต่อไปเรื่อยๆ บางคนถึงกับบอกว่า เป็นหนังที่ดูแล้วอยากจะให้มันจบเร็วๆ ไม่ใช่เพราะว่ามันน่าเบื่อหรือว่าห่วย แต่มันเกินขีดจำกัดที่จะทนได้ต่างหาก
หลังจากดูจบแล้วคิดว่าหนังเรื่องนี้ “รุนแรง” เข้าขั้น เป็นความรุนแรงประเภทที่ออกมาจากจินตนาการของตัวเราเองทั้งนั้น เพราะในหนังทั้งเรื่อง แทบไม่มีฉากที่ให้คนดูได้เห็นเลือดเลย หนำซ้ำฉากที่มีเลือดให้เห็น ก็ไม่ได้เป็นฉากที่ดูแล้วสยดสยองอะไร สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คือจินตนาการของเราที่คิดไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในที่ที่มุมกล้องไม่เผยให้เห็นเสียมากกว่า น่าจะเอาไปให้พวกคณะกรรมการเซ็นเซอร์ดูซะจริงๆ เลยว่า ไม่มีเลือด ไม่มีปืนจ่อหัว ไม่มีโป๊เปลือย มันก็ “แรง” ได้เหมือนกัน
แม้กระทั่งตัวอย่างหนัง ก็ยังเสียดสีด้วยภาพมืดหม่น แต่ดนตรีสดใสเหมาะกับชื่อเรื่องที่ว่า Funny Games เสียจริงๆ ถ้าใครสนใจตัวอย่างหนัง ก็ดูได้จากข้างล่างนี่