การเข้าร่วมงานจับมือทั่วประเทศของ Keyakizaka46

ช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมอีเว้นท์งานจับมือของวง 欅坂46 (Keyakizaka46) ที่จัดที่นาโงย่า ก็เลยมาเขียนสรุปไว้เป็นแนวทางเผื่อมีคนอื่นสนใจจะเข้าร่วมบ้าง

ประเภทของงานจับมือ

ก่อนอื่นเลยต้องรู้ก่อนว่า งานจับมือของไอดอลตระกูล 46 ทั้ง Keyakizaka46 และ Nogizaka46 มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบคือ

  1. งานจับมือทั่วประเทศ / 全国握手会 – ใครๆ ก็สามารถเข้าร่วมได้ เพียงแค่ซื้อซีดีซิงเกิ้ล Type A/B/C จากร้านทั่วไป จะออฟไลน์หรือออนไลน์ก็ได้ ในกล่องจะมีบัตรเข้าร่วมงานจับมือแถมมาให้ด้วย ในงานสามารถเลือกจับมือกับเมมเบอร์คนไหนก็ได้, เมมเบอร์แต่งเครื่องแบบของซิงเกิ้ลนั้นๆ, มีแสดง Mini Live ก่อนจับมือ
  2. งานจับมือเดี่ยว / 個別握手会 – ต้องสั่งซื้อซีดีซิงเกิ้ล Type Regular ผ่านเว็บ Fortunemusic.jp และระบุเมมเบอร์ที่เราจะจับมือด้วย พอซีดีมาส่ง เราก็จะได้บัตรจับมือแถมมาในกล่อง (หรือจะเรียกว่าซื้อบัตรจับมือแถมซีดีก็ได้), เมมเบอร์แต่งตัวตามใจ, ไม่มี Mini Live

ในเว็บ Official ของวงจะมีบอกวันเวลาไว้ว่างานจับมือแต่ละครั้งจัดที่ไหน ดูได้จากหน้า Schedule ปกติก็จะจัดกันในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการของญี่ปุ่น

อีเว้นท์ครั้งนี้เป็นงานจับมือของซิงเกิ้ลที่ 2 ที่ชื่อ 「世界には愛しかない」 (Sekai niwa Ai shika nai) ครับ

หน้าตาแผ่นซิงเกิ้ล Sekai ni wa Ai shika nai ทั้ง 3 type
หน้าตาแผ่นซิงเกิ้ล Sekai ni wa Ai shika nai ทั้ง 3 type

สถานที่เข้าร่วมงานจับมือ

สถานที่แถบคันโตก็จะมี Makuhari Messe (จิบะ), Pacifico (โยโกฮาม่า) ถ้าเป็นคันไซมักจะจัดที่ Pulse Plaza (เกียวโต) ส่วนที่นาโงย่าที่ไปเข้าร่วมมาครั้งนี้ จัดที่ Port Messe

การเดินทางจากตัวเมืองนาโงย่าก็ไม่ยากอะไร นั่งรถไฟสาย Aonami มาลงที่สถานี Kinjofuto ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายก็ถึงแล้ว ถ้านั่งจากสถานีนาโงย่าก็ 24 นาที, 350 เยน

ด้านหน้าของ Port Messe
ด้านหน้าของ Port Messe

สถานีแถวนั้นค่อยข้างห่างไกลตัวเมือง ไม่ค่อยมีอะไรขายเท่าไหร่ ถ้าจะเตรียมอะไรมาก็ซื้อมาจากในตัวเมืองให้เรียบร้อย

งานคราวนี้จัดที่ 2nd Exhibition Hall
งานคราวนี้จัดที่ 2nd Exhibition Hall

กิจกรรมในงานจับมือทั่วประเทศ

ในงานจับมือทั่วประเทศ ช่วงเช้าจะมี Mini Live ให้ดู แล้วเป็นจับมือจริงๆ ช่วงบ่าย ต่างกับงานจับมือเดี่ยวที่จะมีแต่จับมืออย่างเดียว ไม่มี Live

ก่อนวันงานในเว็บ official จะแจ้งรายละเอียด บอกว่างานเริ่มกี่โมง เปิดให้เข้ากี่โมง ถ้าใครมาก่อน ก็ต่อคิวรอกันหน้าฮอลล์ไป

รอบที่นาโงย่า เปิดให้เข้าตอน 9:30 คนที่เข้างานต้องผ่านเครื่องสแกนโลหะ + มีตรวจกระเป๋า จังหวะนี้ถ้าใครพกเครื่องดื่มมาก็ต้องจิบให้ staff ดูด้วย หลังจากนั้นเอาบัตรจับมือ 1 ใบยื่นให้ staff เพื่อแลกเป็นบัตรเข้า Mini Live

บัตรเข้า Mini Live จะหน้าตาแบบนี้
บัตรเข้า Mini Live จะหน้าตาแบบนี้

ในบัตรจะระบุไว้ว่าเราจะได้อยู่โซนไหน (สุ่มเอา) อย่างในรูปคือได้ block B โซน B-1 (ถ้า block A จะอยู่หน้าสุด) แต่สำหรับแฟนๆ ผู้หญิงจะได้บัตรเป็นโซนผู้หญิงที่ติดเวทีด้านหน้าเลย

หลังจากเข้าไปรอได้พักใหญ่ Mini Live ก็เริ่มเล่นตรงเวลาที่ 11:30

เพลงที่เล่นใน Mini Live ก็จะเป็นเพลงในซิงเกิ้ลนั้นๆ ครบทุกเพลง สลับกับพักเบรกให้เมมเบอร์ได้พูดชักชวนคนมาจับมือเลนตัวเอง รวมเวลาก็ประมาณชั่วโมงนึง หลังจากนั้น staff จะเคลียร์คนออกจากฮอลล์ เพื่อจัดสถานที่สำหรับจับมือ

ส่วนบัตร Mini Live นี่ต้องเก็บไว้ เพราะจบ Live แล้วถึงเวลาจับมือ เราจะเอาบัตรนี้ใช้ยื่นแทนบัตรจับมือด้วย

ระหว่างนี้จะไปหาอะไรกินก่อนก็ได้ เพราะงานจับมือจะเริ่มตอน 13:30 ใครจะซื้อสินค้า official ก็มีบูธขายของมาตั้งพร้อม

ของกินรองท้อง
ของกินรองท้อง

ที่ Port Messe มีร้านอาหารอยู่ร้านนึง แล้วก็ร้านแผงลอยอีกร้านนึง มีตู้กดน้ำอัตโนมัติกระจายอยู่ทั่วไป บางคนก็ซื้อกิน บางคนก็พกข้าวปั้นมากินเองตามสะดวก

ได้เวลาจับมือ

พอถึงเวลา เราก็จะสามารถเข้าไปในฮอลล์เพื่อร่วมงานจับมือได้ ซึ่งก็ต้องผ่านจุด security เหมือนเดิม อันนี้ใครที่ออกมานอกฮอลล์ จะกลับเข้าไปก็ต้องผ่านตรงนี้ทุกครั้ง

แผนผังคร่าวๆ ของที่จัดงานที่ Port Messe
แผนผังคร่าวๆ ของที่จัดงานที่ Port Messe

โซนที่เป็น Free Area แค่ผ่าน security check ก็เข้าไปเลย แต่โซนจับมือต้องโชว์บัตรจับมือก่อน ถึงจะเข้าไปได้ (ถ้าจัดงานที่อื่น อาจจะจัดพื้นที่ไม่เหมือนแบบในรูป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานที่)

ในงานจับมือทั่วประเทศ เมมเบอร์จะอยู่กันเลนละสองคน หรือบางเลนก็มีสามคน (ถ้าเป็นของ Nogizaka46 จะมีเลนที่มีคนเดียวด้วย) แต่งชุดเครื่องแบบของซิงเกิ้ลนั้นๆ ใครอยู่เลนไหน จะประกาศ 1-2 วันก่อนงานจับมือ ในงานก็มีป้ายบอกไว้ชัดเจน สิ่งที่ต้องทำคือแค่จำชื่อที่เขียนเป็นคันจิของเมมเบอร์แต่ละคนให้ได้

แต่ละเลนจับมือจะหน้าตาอย่างในรูปนี่แหละ
แต่ละเลนจับมือจะหน้าตาอย่างในรูปนี่แหละ

พอเลือกได้แล้วว่าจะเข้าเลนไหนก็เดินไปต่อแถว ก่อนจะเข้าไปจับมือ ตรง (2) จะมีที่ให้วางกระเป๋า เสร็จแล้วเดินเข้าไปด้านในจะมี staff รับบัตรจับมือ และให้เราแบมือ พลิกสองข้างให้ดูว่าไม่มีอะไรอันตราย แล้วถึงเข้าไปจับมือที่ (3) ได้ พอเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาหยิบกระเป๋าที่ (4) แล้วเดินออกจากเลนนี้ไปต่อแถวเลนอื่นได้เลย

ถ้าเลนไหนเป็นเมมเบอร์ดัง คิวก็จะยาวเป็นเรื่องปกติ เช่นในงานครั้งนี้ เลนของ ฮิราเทะ ยูรินะ + โอดะ นานะ ต้องต่อกันนานถึง 80 นาทีเลยทีเดียวกว่าจะได้จับมือ แต่เมมเบอร์ที่ไม่ดัง บางทีไปต่อปุ๊บได้จับมือเลยก็มีเหมือนกัน

งานนี้มีบัตรมา 6 ใบ ที่ได้จับมือด้วยก็มี ซาโตชิ x ซือมิน / โอดะนานะ x เทะจิ / โอเซกิ x เบริกะ / นิจิกะ x นาโกะ x อาคาเน็น / อุเอมุระ x ยุยป้ง / ยุกก้า x คุริทาโร่

สำหรับคนที่บัตรจับมือหมดแล้วแต่อยากจับเพิ่ม ในงานก็มี Tsutaya มาตั้งบูธขายซีดีด้วย เรียกว่าดูดเงินกันทุกทาง

ตามกำหนดการคืองานจับมือเลิกตอน 18:00 คนที่ไปก็เผื่อเวลากันให้ดีด้วยครับ

แกะกล่อง Nogizaka46 All MV Collection

หลังจากที่มีผลงานออกมา 13 ซิงเกิ้ลกับอีก 1 อัลบั้ม Nogizaka46 ก็ได้โอกาสออกแผ่นรวม MV มาให้แฟนๆ ได้ดูกันสักที โดยตั้งชื่อ box นี้ว่า Nogizaka46 All MV Collection 「あの時の彼女たち」 (ช่วงเวลาของเหล่าเด็กสาว)

ปกติถ้าซื้อซิงเกิ้ล Type A/B/C ก็จะมีแผ่น DVD ที่เป็น MV ของซิงเกิ้ลนั้นๆ แถมมาให้อยู่แล้ว แต่ความละเอียดมันก็เป็นแค่ 480p ถ้าจะซื้อ box นี้แบบ DVD ก็คงไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ ดังนั้นก็เลยจัดแบบ Blu-ray มาเลยดีกว่า

Nogizaka46 All MV Collection

เวอร์ชันที่จัดมาเป็นแบบ 4 แผ่น โดยที่ 3 แผ่นแรกจะเป็นรวม MV ทั้งหมด 54 MV เรียงมาตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรก + MV ใหม่อีก 3 เพลง และแผ่นสุดท้ายเป็นเบื้องหลัง

Amazon

ราคาเต็ม 12,000 เยน สั่งพรีออเดอร์จาก Amazon ลดเหลือ 8,879 เยน

Nogizaka46 All MV Collection

กล่องภายนอกหน้าตาแบบนี้

Nogizaka46 All MV Collection

ภายในเป็นกล่องใส่แผ่นกับ booklet อีกเล่มนึง

Nogizaka46 All MV Collection

ใน booklet ก็สวยดี แต่รูปนานาเสะเยอะข้ามหน้าข้ามตาคนอื่นมาก

Nogizaka46 All MV Collection

ภาพจากตอน Oide Shampoo

Nogizaka46 All MV Collection

เปิดกล่องใส่แผ่นออกมาก็จะมีรูปสุ่มให้ 1 รูป เป็นภาพจากใน MV น่ะแหละ แล้วก็บัตรเข้าร่วม event (ที่ญี่ปุ่น) อีก 1 ใบ

Nogizaka46 All MV Collection

สกรีนแผ่น 1 + 2

Nogizaka46 All MV Collection

สกรีนแผ่น 3 + 4

เทียบกับ Documentary ที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว เหมือนรวม MV อันนี้จะทำ packaging ออกมาดีกว่านิดนึง กล่องใส่แผ่นดูเป็นพลาสติกคุณภาพดีกว่า แต่ของแถมสู้ไม่ได้

สำหรับภาพและเสียงก็คมชัดสมกับเป็น Blu-ray เพลงที่มีการเคลื่อนไหวเร็วๆ มีแสงวูบวาบอย่าง Seifuku no Mannequin ก็ยังภาพคมกริบ ไม่มี artifact แตกๆ ให้เห็นอย่างคลิป bitrate ต่ำที่มีอยู่บนเน็ต หรือเพลงที่ย้อมสีเป็นเรโทรอย่าง Tachinaorichuu ก็ดูดีกว่าเวอร์ชัน DVD มาก

ถึงแม้บางครั้งอาจจะแอบอิจฉาวงอื่นบางวงที่มี MV ให้ดูกันฟรีๆ บน YouTube แถมความละเอียดมีตั้งแต่ FullHD ไปจนถึง 4K แต่สำหรับแฟน Nogizaka46 แล้ว Blu-ray box นี้ไม่ควรพลาดจริงๆ

แกะกล่อง Documentary of Nogizaka46

หนังสารคดี 「悲しみの忘れ方」 Documentary of 乃木坂46 เข้าโรงไปเมื่อช่วงกลางๆ ปี ตอนนี้มีแผ่นออกมาแล้ว งวดนี้โซนี่มิวสิคไม่ทำให้แฟนๆ ต้องรอข้ามปีเหมือนอย่างแผ่นคอนเสิร์ต

Kanashimi no Wasurekata - Documentary of Nogizaka46

เวอร์ชันที่ซื้อมาเป็นแบบบลูเรย์ Complete Box 4 แผ่น ปกเป็นคอสตูมจาก Oide Shampoo ซิงเกิ้ลที่สองของวง

Amazon

ราคาเต็ม 13,000 เยน สั่งพรีออเดอร์จาก Amazon ลดเหลือ 10,052 เยน

Kanashimi no Wasurekata - Documentary of Nogizaka46

ในกล่องประกอบด้วยกล่องใส่แผ่นบลูเรย์และ booklet อีกเล่มนึง

Kanashimi no Wasurekata - Documentary of Nogizaka46

กล่องใส่แผ่นเป็นพลาสติกขาวๆ ธรรมดา น่าจะทำได้สมราคากว่านี้สักหน่อย

Kanashimi no Wasurekata - Documentary of Nogizaka46

Kanashimi no Wasurekata - Documentary of Nogizaka46

ภายในกล่องบรรจุ 4 แผ่น เป็นตัวหนังสารคดีแผ่นนึง ที่เหลือเป็นฟุตเตจ, deleted scene, คอมเมนต์ ฯลฯ

Kanashimi no Wasurekata - Documentary of Nogizaka46

รูปแถม 5 ใบได้ มายะ, ฮจจัง, มิเรีย, มาริกะ, ไมยัง

Kanashimi no Wasurekata - Documentary of Nogizaka46

Kanashimi no Wasurekata - Documentary of Nogizaka46

ข้างใน booklet มีรวมภาพเมมเบอร์แต่ละคน, ภาพเก็บตกจาก event นิดหน่อย, Special Talk กับกัปตันเรย์กะ แล้วก็ timeline รวมเหตุการณ์ต่างๆ ของวงตั้งแต่เริ่มออดิชั่น

ส่วนเรื่องฟีเจอร์ภาพและเสียงยังไม่ได้ทดสอบ ต้องไปหาเครื่องเล่นบลูเรย์มาใช้ก่อน

เที่ยวญี่ปุ่น: สักการะศาลเจ้าโนกิ

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (หลายเดือนแล้ว) ผมได้มีโอกาสไปญี่ปุ่นและแวะไปสักการะศาลเจ้าโนกิที่โตเกียวมาครับ

ศาลเจ้าโนกิ เป็นศาลเจ้าเล็กๆ ในย่านโนกิซากะ (Nogizaka – 乃木坂) คำว่า “ซากะ (坂)” ในชื่อย่านแปลว่า เนิน, ทางลาด ซึ่งก็ตรงกับลักษณะแถบนั้นที่เป็นเนินหลายเนินอยู่ นอกจากโนกิซากะแล้วก็ยังมีโทริอิซากะแล้วก็อาคาซากะด้วย

การเดินทางมาก็ไม่ลำบาก มีรถไฟใต้ดินของ Tokyo Metro สาย Chiyoda วิ่งผ่าน ลงที่สถานี Nogizaka ได้เลย จุดสำคัญคือต้องออกประตู 1 ไม่งั้นเดินไกลมาก

ความสำคัญของศาลเจ้าโนกิและย่านโนกิซากะก็คือ เป็นบ้านเกิดของวง Nogizaka46 นั่นเอง

ถ้าเทียบกับไอดอลคู่แข่งอย่าง AKB48 แล้ว Nogizaka46 เป็นวงที่ไม่มีสถานที่ประจำสำหรับแสดงสดแบบเดียวกับที่ AKB48 มีฐานที่มั่นอยู่ที่อากิฮาบาระ แต่ชื่อ Nogizaka ในชื่อวงมีที่มาจากตึก SME Nogizaka Building ของ Sony Music Entertainment สถานที่ออดิชั่นรอบสุดท้ายของวงซึ่งตั้งอยู่แถวนี้

นอกจากนี้แล้ว Toumei na Iro (透明な色) อัลบั้มแรกของวง ยังใช้ภาพบรรยากาศรอบๆ ศาลเจ้าโนกิประกอบภาพเมมเบอร์ใน booklet ของอัลบั้มด้วย

วันนี้นอกจากจะมาศาลเจ้าโนกิแล้ว ก็ตามมาดูสถานที่จริงใน booklet ด้วยอีกหนึ่งอย่าง

Nogizaka station

ทางออกสถานี Nogizaka

Nogizaka station

สถานีโนกิซากะ อยู่ระหว่างสถานี Omotesando ถนนสายแฟชั่นกับสถานี Akasaka ที่เป็นย่านหรูดูมีอันจะกินหน่อย

Nogizaka station

สถานีเล็กๆ ธรรมดาๆ มีแค่ 2 ชานชาลาเท่านั้น

Nogizaka station

อีกชานชาลาหนึ่ง

Nogizaka46

เทียบกับภาพจาก booklet

Matsui Rena

เรนะซัง นักเรียนแลกเปลี่ยน (ณ ขณะนั้น)

Suzuki Ayane

อาจัง

Ikuta Erika

คุณหนูเอริกะ

นอกจากในสถานีแล้ว ใน booklet ยังมีภาพจากบริเวณรอบๆ ด้วย

Hatanaka Seira

เซย์ตัน

Wada Maaya

มายะ

Sakurai Reika

กัปตันเรย์กะ

Saito Asuka

อาชุ

Nishino Nanase

นาจัง อยู่หน้าทางเข้าศาลเจ้าโนกิเลย

Ito Marika

มาริกะ

เดินถ่ายรูปรอบนอกได้สักพัก ก็ได้เวลาเข้าไปชมบรรยากาศในศาลเจ้า

Nogi Shrine

ศาลเจ้าดูเงียบๆ ไม่ค่อยจะมีคน

Nogi Shrine

ด้านในศาลเจ้า

ถึงแม้ว่าวง Nogizaka46 จะไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับศาลเจ้านี้เลยนอกจากมาถ่าย booklet ในอัลบั้ม แล้วก็มีเมมเบอร์มาเข้าพิธีบรรลุนิติภาวะตอนปีใหม่ แต่ด้วยการที่มีชื่อพ้องกับชื่อวง ทำให้เหล่าแฟนๆ มักจะแวะเวียนมาที่ศาลเจ้านี้กัน

Nogi Shrine

แผ่นป้ายขอพรก็มีเขียนเรื่องเกี่ยวกับวง

Nogi Shrine

แผ่นป้ายวาดรูปโดอิยะซัง มาสค็อตของเมมเบอร์คนหนึ่งในวงก็มี

ถ้ามาแล้วเจอคนหน้าตาไม่น่าเข้าศาลเจ้า แต่มีพร็อพสีม่วงๆ ติดตัว ให้เดาไว้ก่อนว่าเป็นแฟนไอดอล

Shiraishi Mai

ไมยัง

Kitano Hinako

คีจัง

Wakatsuki Yumi

ยูมิ

Hoshino Minami

มิจัง

Eto Misa

มิสะเซ็มไป

ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าบ้าง

Higuchi Hina

ฮินะจิมะ สังเกตว่าตึกซ้ายมือนี่คือตึก SME Nogizaka ของ Sony

SME Nogizaka Building

ที่ออดิชั่นรอบสุดท้ายของวงก็อยู่ที่ตึกนี้แหละ

Terada Ranze

รันรัน

Yamazaki Rena

เรนะจิ

ที่จริงแล้วยังมีรูปของเมมเบอร์คนอื่นใน booklet อีก แต่ดูไม่ออกว่าไปถ่ายกับวิวแถวไหน ก็เลยเก็บภาพมาได้เท่านี้

ก่อนหน้าที่จะไปประมาณเดือนนึง ทางวงก็ร่วมมือกับ Tokyo Metro จัดแสดงภาพโปสเตอร์ของเมมเบอร์แต่ละคนพร้อมลายเซ็นไว้ในทางเดินของสถานี Nogizaka นี่ด้วย เสียดายว่าตอนที่ไปนี่เค้าเก็บไปหมดแล้ว ภาพบรรยากาศดูได้จาก blog ของกิฟุโตะซัง

สำหรับแฟนๆ ของวง ถ้ามีโอกาส ก็ควรไปสักการะที่นี่ให้ได้สักครั้งครับ

Natsu no Free & Easy T-Shirts

ซิงเกิ้ลที่ 9 ของ 乃木坂46 (Nogizaka46) ที่ชื่อว่า 「夏のFree&Easy」 (Natsu no Free & Easy) เพิ่งวางขายไปเมื่อวันก่อน โดยมีหน้าปกเป็นคอนเซปต์ประมาณว่าให้เมมเบอร์ทุกคนไปดูคอนเสิร์ตวงร็อค ใส่เสื้อยืดกันหมด

เสื้อยืดที่แต่ละคนใส่ก็จะล้อกับชื่อหรือเรื่องส่วนตัวของเมมเบอร์นั้นๆ แต่ละคนไม่ซ้ำกัน

ปกซิงเกิ้ล

ตัวอย่างปกก็ตามรูป

มีเสื้อบางลายที่เห็นแล้วชอบเลย

Hashimoto Nanami

อันนี้เอาโลโก้วงร็อค AC/DC มาดัดแปลงเป็นชื่อเมมเบอร์ Hashimoto Nanami (คำว่า Nanami พ้องเสียงกับ 773 ในภาษาญี่ปุ่น)

Nishino Nanase

หนึ่งในชื่อเล่นของ Nishino Nanase ที่เรียกกันคือ Nanasemaru ซึ่ง Maru = วงกลม ลายนี้ดัดแปลงมาจากโลโก้ของ Nirvana

Matsui Rena

ที่ชอบที่สุดคือลายของ Matsui Rena อันนี้ ดัดแปลงจากปกอัลบั้ม The Dark Side of the Moon ของ Pink Floyd ที่มาแทนปริซึมที่อยู่ตรงกลางคือตัวปลา Shachihoko ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนาโกย่า (เรนะมาจากนาโกย่า)

เว็บไซต์ official ก็ไม่ปล่อยให้แฟนๆ ต้องผิดหวัง เพราะมีขายทุกแบบ แต่ตัวละ 4,000 เยน เทียบเป็นเงินไทยแล้วก็ราวๆ 1,300 บาท ใครที่มีทุนทรัพย์จะหาซื้อก็ไปที่ Nogizaka46 Official shop

AKB48 Twenty-Four Hours

ปีที่แล้วได้ข่าวว่าสาวๆ วง AKB48 กำลังจะออก photobook ในธีม “สาวแว่น” กำหนดออก 20 ธันวา รู้สึกว่าน่าสนใจดีแต่ตอนปลายปีดันวุ่นๆ แล้วก็ลืมไป

อาทิตย์ก่อนนึกขึ้นมาได้ว่ามันควรจะออกแล้ว ก็ไปส่องดูตามเว็บปรากฏว่ามีขายแล้วจริงๆ แต่ถ้าจะสั่งจากเว็บนอกอย่าง YesAsia ก็จะโดนค่าส่งแพงไปหน่อย โชคดีที่ร้านหนังสือ Kinokuniya บ้านเราเอาเข้ามาขายด้วย ราคา 1000 yen สั่งเข้ามาแล้วขาย 560 บาท บวกเพิ่มพอสมควรแต่ก็ยังถูกกว่าสั่งจากเมืองนอก (ถ้าค้นดูในเว็บซื้อออนไลน์ของ Kino จะขึ้นราคาไว้ที่ 483 บาท แต่จะมีค่าส่งอีก 150)

ปกหน้า

เนื้อใน

แว่น แว่น แว่น

ใครสนใจก็ลองไปหาดูที่ Kinokuniya สาขา Central World ได้