Things about Pai
มาเที่ยวปาย เจอเรื่องแปลกๆ เยอะเหมือนกัน
- มีเฟอรารีสีแดงวิ่งในปายด้วย
- มีฝรั่งเล่นกีตาร์เพลงรูปไม่หล่อของโมเดิร์นด็อก
- มี netcafe ที่เป็น apple ทั้งร้าน (ใช้พิมพ์อยู่นี่แหละ) แล้วยังเปิด Sade กับ Air เสียด้วย
- นักท่องเที่ยวคนไทยไม่ค่อยมี ถ้าอยากเจอให้ไปที่ร้านมิตรไทย กับ all about coffee
- ร้านส้มตำหน้าอำเภอ ถ้าสั่งเผ็ดกลางๆ จะได้รสชาติเท่ากับเผ็ดมากที่กรุงเทพ
- ในปายไม่มีสารดูดความชื้นขาย
- เดินไปเดินมา เจอคนรู้จักสองคน หนึ่งในสองคนเป็นพี่ที่ออฟฟิซ ที่โต๊ะทำงานนั่งถัดไปสามเมตร
- ต้มมาม่าถ้วยที่น้ำพุร้อน ใช้เวลา 40 นาที
เพิ่มเติมอีกหน่อย
- ถึงจะไม่ชอบฟังเพลงแจ๊ส แต่ร้าน Edible Jazz ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะจะไปนั่งสบายๆ ที่สุดอย่างที่คุณ HS! บอก (ผมไปวันสองเวลา บ่ายกับกลางคืน)
- กองแลน ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า Pai Canyon ถ้าอยากไปพยายามอย่านึกถึง Grand Canyon ของอเมริกา
- สารอาหารที่ได้รับมากที่สุดในการใช้ชีวิตที่ปายคือ คาเฟอีนและแอลกอฮอลล์
- โปสการ์ดที่นี่มีทั้งรูปครอสโปรเซสและรูปที่ถ่ายจาก supersampler
- ร้านถ่ายรูปที่นี่ไม่รับล้างฟิล์มขาวดำ
- หมาดัลเมเชี่ยนที่เห็นเดินไปเดินมา ชื่อว่าครัวซอง

ผมขอเพิ่มให้อีกข้อนึง
+ ชาเขียวร้อนกลิ่นข้าวญี่ปุ่น, บราวนี่, แครอทเค้ก และเพลงแจ๊ซของ จอห์น โคลเทรน ทำให้ร้าน edible jazz น่านั่งที่สุดในบรรดาคาเฟ่ทั้งหมดในปาย
ตอนนี้ไปนอนอืดอยู่ไหนแล้ว
กลับมาวันไหนเนี่ย
ทันคิดมั่กอีฟป่าว
ฟากเชียงใหม่หนาวลงไปถึง 14 องศาแล้ว ฟากปายก็คงยิ่งหนาวจัด
อากาศหนาวๆ แบบนี้ แวะไปนั่งกึ่มๆ ที่ BeBop ได้อีกอารมณ์ครับ
ตอนผมไป นักร้องสาวตาสีฟ้าร้อง Superstition แบบบ๊อบๆ ได้ใจมาก
ลืมแนะนำให้มึงไป tour มอไซด้วย มันจะพาขี่มอไซวิบากเข้าไปตามหลืบที่ไม่มีเค้าไปกัน รับรองเด็ด