Zend Framework

by pittaya

Zend Framework ออกแล้ว
เท่าที่ดูจาก manual ก็พอจะมีอะไรดีๆ ให้ใช้พอสมควร

จุดด้อยอย่างนึงของ PHP คือว่าภาษามันไม่มีอะไรที่เป็น official framwork ทำให้มีคน implement framework ออกมาหลายเจ้ามาก ซึ่งแต่ละเจ้าก็ต้องมาเขียนฟีเจอร์อย่างพวก database adapter, object relational mapping กันเอง ซึ่งมันซ้ำซ้อน, reimplementing the wheel, ไม่ efficient โคตรๆ

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ

  • Object-Relational Mapping - ไม่ต้องมานั่งเขียน Insert(), Update(), Delete() เองแล้ว
  • Input Validator - อันนี้ก็ได้ใช้บ่อย
  • View - ก็คือ view ใน MVC น่ะเอง
  • JSON - ย่อมาจาก JavaScript Object Notation เหมาะมากที่จะเอาไว้ใช้แทน XML ตอนเขียน AJAX
  • Web service - สนับสนุน REST แล้วก็มีฟังก์ชันสำหรับ web service ฮิตๆ อย่าง amazon, flickr มาให้ด้วย

ก็พอจะน่าใช้อยู่ แต่เทียบกับ framework สำหรับภาษาอื่น คงจะยังล้าหลังอยู่
จุดแข็งหลักอันนึงของ PHP คือว่า web hosting เกือบทุกเจ้าต้องใช้ PHP ได้อยู่แล้ว แต่สำหรับ framework ในภาษาอื่นมันจะหา host ลำบาก นอกเสียจากว่าจะมี host เป็นของตัวเอง

หรือจะไปเขียน Rails ดี ?

ผมสงสัยมาตลอดว่า ทำไมหลายๆ คนชอบใช้มือถือที่มันมีฟีเจอร์เยอะๆ อย่างเช่นว่าต้องฟังเพลงได้ มีกล้องถ่ายรูป ริงโทนเสียงสดใส ใส่เม็มเพิ่มได้ ฯลฯ สาธยายไม่หมด หรือไม่ก็ไปถามเรื่อง จะเลือกซื้อเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลแบบไหนดีในเวบบอร์ดซักแห่งหนึ่ง บรรดาผู้หวังดีจะเข้ามาตอบบอกว่า ยี่ห้อนี้ฟัง FM ไม่ได้ ยี่ห้อนั้นอัดเสียงได้ อีกยี่ห้อทำอะไรไม่ได้เลย ฯลฯ เป็นการวัดกันที่ฟีเจอร์ล้วนๆ เลย

หมดยุคของการยัดฟีเจอร์เข้าไปเยอะๆ แล้ว เดี๋ยวนี้มันต้องคำนึงถึงการใช้งานของผู้ใช้ด้วย
บทสรุป 10 ข้อ จาก Why Features Don’t Matter Anymore: The New Laws of Digital Technology

  1. ฟีเจอร์เยอะไม่ใช่ว่าดี ตรงกันข้าม มันจะทำให้ผู้ใช้สับสนเสียอีก
  2. ยิ่งใส่ฟีเจอร์เพิ่ม ก็ยิ่งใช้ยาก
  3. ถ้ามันท่าทางจะใช้ยาก คนก็ไม่ซื้อ
  4. สไตล์เป็นเรื่องจำเป็น
  5. ผู้ใช้จะใช้งานเฉพาะฟีเจอร์ที่ใช้เป็น (และใช้ง่าย)
  6. ฟีเจอร์ใช้ยาก ต้องเรียนรู้ จะไม่ค่อยมีคนใช้
  7. ฟีเจอร์ที่ไม่มีใครใช้นอกจากจะไร้ประโยชน์แล้ว ยังทำให้สินค้าโดยรวมใช้ยากขึ้นด้วย (เคยใช้ Word มั้ย?)
  8. ไม่ว่าทางเทคนิคมันจะเจ๋งแค่ไหนหรือว่าทำงานยังไง แต่ผู้ใช้สนใจแค่ว่ามันทำอะไรได้
  9. ลืมเรื่อง “killer feature” ไปได้เลย ยุคนี้มันต้อง “killer user-experience”
  10. Less is more แต่ less น่ะแหละ ที่ยาก

ถ้าเอากฏ 80/20 หรือ Pareto principle มาใช้ในกรณีนี้ คือผู้ใช้ จะใช้เวลา 80% กับฟีเจอร์ 20% ของทั้งหมด
จุดสำคัญคือ ทำฟีเจอร์ 20% ที่ใช้บ่อยให้มันเจ๋งๆ อีก 80% ปล่อยๆ มันก็ได้ ไม่ค่อยมีใครใช้หรอก

That’s why i LOVE Firefox & iPod

Misunderstood

by pittaya

เพิ่งรู้ว่า ตัวเองท่าทางจะเข้าใจ อดัม สมิธ ผิดไปพอสมควรหลังจากได้อ่านบทความ - Adam Smith บิดาแห่งทุนนิยมเสรี ที่อยู่ชายขอบกว่าคุณคิด

ยังสงสัยอยู่ว่าตัวเองเข้าใจ คาร์ล มาร์กซ ผิดไปแค่ไหนกัน
หรือจะต้องไปอ่าน Capital กับ The Communist Manifesto เสียก่อน

« Previous Page