Mini review: iPod Nano 3rd Gen

เนื่องจาก ipod mini ตัวเก่าเกิดอาการงอแง ไม่ยอมแสดงปกอัลบัม ไม่ยอมเล่นไฟล์วิดีโอ ไม่ยอมแสดงผลเป็นจอสี แล้วก็ไม่ยอมให้ใส่ข้อมูลเกินกว่า 4GB ทำให้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจำใจต้องซื้อตัวใหม่มาใช้ โดยตัวใหม่ที่ซื้อมาก็เป็นรุ่นล่าสุดที่เพิ่งออก iPod Nano 3rd Generation ขนาด 8 GB สีดำ

ipods
เปรียบเทียบจากซ้ายไปขวา : Mini, Nano 2nd gen (ของคนอื่น ยืมมาเทียบเฉยๆ), Nano 3rd gen

รูปลักษณ์ภายนอก: หลายคนบอกว่า nano ตัวใหม่นี่หน้าตาอ้วนเตี้ย ดูแล้วไม่สวย จะว่าไปก็ออกจะจริงอยู่ คือถ้าเทียบกับ Nano 2nd gen แล้วยังไงอันนั้นก็ดูดีกว่า แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป อย่างน้อยก็ยังสวยกว่ายี่ห้ออื่น วัสดุด้านหน้าเป็นแบบเดียวกับ Nano 2nd gen ดูสวยงามดี ด้านหลังเป็นโลหะมันวาว สะท้อนแสง ใช้แทนกระจกได้เลย ตรงนี้เป็นรอยนิ้วมือง่ายมากๆ สำหรับคนรักความสะอาดอาจจะต้องหาซื้อปลอกมาใส่ จอภาพของรุ่นนี้แสดงผลได้ที่ 320×240 pixel เทียบกับขนาดจอ 2 นิ้ว ทำให้ความละเอียดจำนวน pixel/inch สูงมาก ภาพที่ได้ออกมาก็เลยมีความคมชัดสวยงามดี การเชื่อมต่อกับคอมก็ใช้สายต่อ USB แบบเดิม แต่ในรุ่นนี้หัวต่อ USB กับรูเสียบหูฟังมันติดกัน ทำให้ถ้าจะถอดสาย USB ออก ต้องถอดหูฟังออกก่อน น่ารำคาญเล็กน้อย

ฟังเพลง: ฟีเจอร์ใหม่ที่มีเข้ามาในรุ่นนี้คือ Cover Flow เอาปกอัลบัมมาเรียงๆ กันดูสวยงาม แต่ตรงนี้มีเรื่องน่าผิดหวังอยู่คือ ในหน้า cover flow นี้จะแสดงผลเรียงตาม Artist ได้เท่านั้น เรียงแบบ Album หรือ Album by Artist แบบใน iTunes ไม่ได้ ส่วนอื่นก็จะเหมือนๆ กับในรุ่นเดิม ยกเว้นการคอนโทรลบางอย่างจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ชอบตรงที่สามารถ shuffle album หรือ artist ได้จากหน้าจอเล่นเพลงโดยตรงเลย ส่วนเรื่องคุณภาพเสียงนี่ไม่รู้เหมือนกันว่ามันดีหรือไม่ดี ไม่ใช่พวกหูเทพ แยกไม่ออก

CoverFlow
แสดงผลแบบ Cover Flow ได้สวยงาม

ดูวิดีโอ: วิดีโอสามารถเลือกดูได้ทั้งในโหมด widescreen และ fullscreen จากการทดลองดูไฟล์หนังที่ rip ออกมาจาก DVD ดูเป็นแบบ widescreen ก็จะพออ่านซับไตเติ้ลออก แต่ถ้าดูแบบ fullscreen ก็จะอ่านได้ค่อนข้างสบายตากว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยพื้นที่ด้านข้างที่โดน crop ทิ้งไป ไฟล์วิดีโอที่จะเอามาใส่ก็ใช้โปรแกรม iSquint แปลงเอา ง่ายดี (มีเฉพาะบน mac) หรือถ้าจะ rip จาก DVD ก็ใช้โปรแกรม handbrake (มีทั้ง mac และ windows)

อื่นๆ: ดูรูปภาพได้, มีเกมแถม 3 เกม (คงไม่ค่อยได้เล่น) สามารถ sync calendar, contact ได้ (ก็คงไม่ค่อยได้ใช้อยู่ดี) ไม่ support ภาษาไทย ถ้าเอาเพลงไทยใส่เข้าไป มันก็ไม่แสดงผล เห็นเป็นว่างๆ เหมือนกับใน Nano 2nd gen อันนี้ก็ไม่ซีเรียสเท่าไหร่ เพราะปกติก็ดูเอาจากหน้าปกแล้วเลือกฟังทีเดียวทั้งอัลบัมอยู่แล้ว

สรุป
Pros: เมนูสวยงาม ใช้งานง่าย วิดีโอคมชัด หน้าตาดูดีมีชาติตระกูล
Cons: บอดี้ด้านหลังเป็นรอยนิ้วมือง่าย ถอดสาย USB ลำบาก

7 Comments

  1. พี่กีบ(ยังอิจฉาอยู่) says:

    บ้าเห่อจริงๆคนเรา :P ~~~

  2. Kui says:

    กรี๊ดดด จะตามไปดู

  3. NNN says:

    เฮ่ย .. ไรเนี่ยท่าน
    ไวมากกกกกกกก

    >__

  4. mk says:

    ขอไปลง blognone ด้วยซี่ (ตามสูตร :P )

  5. bitslice says:

    เมืองไทยมีขายแล้วเหรอ ราคาประมาณเท่าไหร่เนี่ย

  6. pit says:

    bitslice - ขายอยู่ 4GB - 5990 กับ 8GB - 7990 อะ

  7. กวาง says:

    ช่วยแนะนำวิธีใช้แบบละเอียดได้มั๊ยคะ เผอิญ lo-tech เพิ่งลองใช้เป็นครั้งแรก ตอนนี้ปัญหามากมายใช้ไม่เป็น อิอิ อันแรกเลย ขอรบกวนบอกวิธีการเปลี่ยนภาษาได้ป่าวคะ ตอนนี้มันกลายเป็นภาษาญี่ปุ่นอยู่อะ งงๆๆๆ

Leave a Reply