Avatar

ทนกระแส avatar ไม่ไหว เห็นคนอื่นชมกันมากมายทั้งเพื่อนร่วมงานและใน twitter จนต้องหาโอกาสออกไปดู แต่ก็ดูแค่โรงธรรมดา ไม่ได้ดู 3D (แพงเกิน + ขี้เกียจเบียดกับคนในโรงใหญ่ๆ)

ความรู้สึกหลังดูจบ (spoil เล็กน้อย)

  • ปกติแล้วผมไม่ใช่แฟนหนังของ James Cameron โดยเฉพาะ Titanic นี่ไม่ชอบเอามากๆ มียกเว้นอยู่เรื่องเดียวคือ Terminator 2 เป็นหนังในดวงใจเลย
  • แนวคิดที่พูดถึงความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับชาวนาวี เอาเข้าจริงก็ไม่ได้แตกต่างกันมากกว่าคนขาวแตกต่างจากอินเดียนแดงสักเท่าไหร่
  • การแสดงความรักโดยการจูบ หรือการหึงหวงกับการได้เสียกันระหว่างเพศผู้และเพศเมีย พวกนี้ล้วนเป็นแนวความคิดแบบคนขาวทั้งนั้น
  • รู้สึกเหมือนหนังมันกั๊กๆ ไม่สุดไปทางใดทางหนึ่ง จะทำเป็นหนังแอ็คชั่น บทก็อ่อนยวบ เดาได้ทุก step จะทำเป็น scifi ก็ทำได้ไม่ถึง (บาปจากการได้อ่าน Ender series ช่างยิ่งใหญ่นัก ทำให้ดูหนังแนวนี้แล้วรู้สึกว่าความลุ่มลึกมันคนละชั้นกันเลย)
  • ดูๆ ไปก็คิดว่ากำลังดูฉาก CG จากเกม Starcraft + Warcraft (เอา Terran มาสู้กับ Night Elf)
  • หนังที่งานด้าน visual ที่ทำให้ผมอ้าปากค้างได้คือ Terminator 2, Jurassic Park และ The Matrix ส่วนใน Avatar นี่ก็ทำได้สวยดี แต่ไม่รู้สึกว่ามีอะไรใหม่ และกลบข้อด้อยเรื่องบทได้ไม่มิด
  • สังเกตมาหลายเรื่องแล้วว่า เวลาออกแบบหุ่นยนต์แบบให้คนขับได้ มันต้องออกมาหน้าตาแบบนี้หมดเลย ทั้งใน Avatar, The Matrix Revolutions, District 9
  • ไม่ค่อยชอบการดีไซน์มอนสเตอร์ / สภาพแวดล้อม ในเรื่องสักเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่อง subjective เหมือนกับที่บางคนชอบ FF7 บางคนชอบ FF8 (ผมเกลียด FF8 และการ design สไตล์นั้นเข้าไส้)

โดยรวมแล้ว ถ้าตัดจุดด้อยที่ว่าเนื้อเรื่องมันเดาได้ออกไป ก็ดูได้สนุกเพลินๆ ดี แต่ถ้าใครสนใจประเด็นเรื่อง Colonialism และความแตกต่างระหว่างเผ่าพันธุ์ แนะนำให้เปิดใจอ่าน Ender’s Game / Speaker for the Dead / Xenocide (แปลและจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์ ASK Media) จะเห็นความสนุกมากกว่านี้

โชคดีที่ดูโรง 100 บาท

2 Comments

  1. mk says:

    เข้าใจว่าคนส่วนมากไม่เคยอ่านอะไรลุ่มลึกแบบ Ender อยู่แล้ว พอดู Avatar ที่มีแนวคิดด้านมนุษย์ต่างดาวลึกในระดับหนึ่ง + CG อลังๆ เลยตื่นเต้นกันมั้ง หนังมันเลยดัง

  2. tum|bler says:

    ต้องดู 3D สิ ถึงจะอยากดูอีก

Leave a Reply