Posted on July 14, 2008, 19:17, by pittaya.
ไปลองกินปลาทูน่ามา ที่ร้าน Miyatake ชั้น 5 เซ็นทรัลเวิร์ด โซนอิเซตัน
เค้าว่าปลาทูน่า (คนญี่ปุ่นเรียก มากุโร่) มีหลายพันธุ์ จับได้จากทะเลหลายแห่ง แต่ละส่วนก็มีชื่อเรียกต่างๆ กันไป บริเวณเนื้อแดง ไม่ค่อยมีไขมันเรียก Akami ส่วนท้องที่มีไขมันมากขึ้นเรียกว่า Chutoro แล้วก็ส่วนท้องที่มีไขมันมากที่สุดเรียกว่า Otoro
สีเข้มๆ นั่นคือ Akami ที่ร้านบอกว่าจับได้จากทะเลอันดามัน
เซตที่สั่งมาจะมี Akami 3 ชิ้น Chutoro 2 ชิ้น และ Otoro 2 ชิ้น ในการ์ตูนซูชิเค้าแนะนำว่า ควรเริ่มกินจากรสอ่อนไปยังรสเข้ม ก็คือให้เริ่มจาก Akami > Chutoro > Otoro
Otoro จับได้จากทะเลสเปน
เค้าว่าไขมันของปลาทูน่านี้ เป็นไขมันสัตว์ที่ละลายได้ง่ายมาก แค่ความร้อนจากร่างกายก็ทำให้ละลายได้แล้ว เป็นที่มาของคำว่า “ละลายในปาก”
อันนี้เป็น Chutoro จากทะเลออสเตรเลีย
อ่านการ์ตูนทำอาหารมากเกินไปนี่มันไม่ดีจริงๆ นะเนี่ย
Posted on June 5, 2008, 17:35, by pittaya.
กระทิงแดงโคล่า บังเอิญไปเจอที่ 7-11 ใกล้บ้าน ขายอยู่กระป๋องละ 10 บาท
โลโก้ บนกระป๋องสีแดง
ไม่มีกาเฟอีน
ลองแล้วคิดว่ากินโค้กอร่อยกว่านะ
Posted on May 2, 2008, 00:47, by pittaya.
วันนี้เถลไถลอยู่แถวสยามจนกระทั่งสามทุ่ม นึกขึ้นมาได้ว่าใน supermarket ของสยามพารากอน ตอนใกล้ๆ จะปิด มันมักจะมีของมาลดราคาขาย พอลองไปด้อมๆ มองๆ ดูก็มีอยู่จริงๆ
ที่เห็นเป็นชุดปลาดิบ ใส่กล่อง ลดราคาเหลือ 100 เดียว มีโชยุกับวาซาบิมาให้พร้อม ซื้อกลับมากินที่ห้อง ไม่ต้องทำอะไรมากมาย กินได้ทันที
มีปลาให้ 4 ชนิด อย่างละประมาณ 5 ชิ้น ไม่มีป้ายบอกว่าปลาอะไรบ้าง รู้แค่อันเดียวว่าสีส้มๆ คือแซลมอน
แกะกล่อง ถ่ายให้เห็นแซลมอนกันชัดๆ
ปัญหาคือว่า การเดินทางออกจากสยามพารากอนกลับหอ ใช้เวลานั่งรถเมล์ประมาณครึ่ง ชม. กว่าจะมาถึงห้องปลามันก็อุ่นๆ หมดแล้ว ไม่มีความเย็นเหมือนตอนที่ซื้อออกมา ซ้ำยังแล่ออกมาได้เละๆ โชยุกับวาซาบิก็เป็นแบบสำเร็จรูป หวังอะไรกับรสชาติมากไม่ได้ ไม่รู้ว่าคิดยังไงถึงได้ซื้อมากิน (อาจเป็นเพราะหิว ไม่ได้กินมานาน และเห็นมันลดราคาอยู่)
พอกินเข้าไป ยิ่งรู้สึกเสียดายตังค์ ทีแรกกะว่าอยากกินแค่บรรเทาอาการอยาก แต่กินปลาดิบแบบนี้เข้าไปยิ่งทำให้จิตใจเรียกร้องหาของที่มันอร่อยจริงๆ
สรุปว่า “พลาด” ถ้าอยากกินปลาดิบอร่อย ทีหลังต้องยอมลงทุนกันบ้าง
Posted on April 18, 2008, 23:19, by pittaya.
วันนี้ลองใช้ชื่อร้านอาหารที่ตัวเองเคยไปกินแล้วเขียนลง blog เอามาค้นเล่นๆ ใน google ดู ได้ผลน่าตกใจกว่าที่คิด
คีย์เวิร์ดที่ลองใช้ค้นหาดู พร้อมผลการค้นหา เป็นไปตามนี้
tsubakiya - ได้อันดับ 10
greyhound cafe - ได้อันดับ 6 (แพ้ @markpeak !)
heiroku sushi - ได้อันดับ 1 !
โคขุน โพนยางคำ - ได้อันดับ 6
scoozi pizza - ได้อันดับ 7
cheesy fried - ได้อันดับ 2 แต่อันดับ 1 ก็คืออัลบัมรูปของตัวเองที่อยู่ใน multiply น่ะแหละ
takumi - ได้อันดับ 8
pepper lunch - ได้อันดับ 3
silver palace - ไม่ติดอันดับ! แต่ดันไปค้นเจอหน้ารวมของ blog [...]
Posted on April 13, 2008, 10:24, by pittaya.
Silver Palace เป็นร้านอาหารจีน อยู่แถวๆ ถนนสีลม ในซอยข้างธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่ อาหารมีทั้งแบบธรรมดาแล้วก็แบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งบุฟเฟ่ต์ร้านนี้เงื่อนไขแปลกหน่อยคือ ถ้าจะกินบุฟเฟ่ต์ต้องมาอย่างน้อย 4 คน ไม่งั้นไม่ได้ พอดีวันก่อนมีผู้ใจบุญพาไปเลี้ยงที่ร้านนี้ (เพื่อให้มันครบ 4 คน) ก็ได้โอกาสเก็บภาพมาฝากกัน
เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์การกิน มีน้ำจิ้มซีฟู้ดให้ด้วย
หูฉลาม มีให้เลือกสองแบบ คือสูตรทรงเครื่องกับสูตรเสฉวน ถ้าแบบเสฉวนจะเผ็ดกว่า อันนี้เป็นเมนูพิเศษ สั่งได้คนละ 1 ถ้วยเท่านั้น (ของมันแพง)
หอยเชลล์ผัดซอส XO มีเห็ดฟางกับเห็ดเข็มทองด้วย สั่งได้โต๊ะละ 1 จาน
กุ้งเผา ตัวโตกำลังดี
เป็ดปักกิ่ง ม้วนมาให้อย่างดี ข้างในจะมีพวกผัก แครอท ห่อด้วยหนังเป็ด แล้วก็พันด้วยแป้งทับข้างนอกอีกทีนึง มีน้ำจิ้มมาให้เข้าชุดกัน
กุ้งกระเทียมพริกไทย หรืออะไรซักอย่าง
อันนี้ก็จำชื่อไม่ได้ น่าจะเป็นปูทอดกระเทียม กรุบกรอบ อุดมไปด้วยแคลเซียม
กุ้งอบวุ้นเส้น ควรระวังว่าวุ้นเส้นจะตัดกำลังทำให้กินจานต่อไปได้น้อย
เหลือบไปเห็น แซลมอนซาชิมิ ในเมนู ก็ไม่พลาดตามประสาคนนิยมแซลมอน มีโชยุกับวาซาบิให้ด้วย แต่แซลมอนหั่นหน้าตาแปลกๆ เหมือนมีดไม่คมด้วย รสชาติก็ธรรมดา
อันนี้เป็นแซลมอนนึ่งอะไรก็ไม่รู้
หมูหัน สั่งได้โตีะละจาน
ปิดท้ายด้วยของหวาน เป็นบัวลอยน้ำขิง
สรุปร้านอาหารจีน Silver Palace
บุฟเฟ่ต์ราคา [...]