Posts Tagged ‘Movie’

Syndromes and a Century (reprise)

ช่วงกลางปีที่ผ่านมา หนังเรื่องแสงศตวรรษ มีโปรแกรมจะลงโรงฉายในบ้านเราแต่ด้วยเหตุผลงี่เง่าของคนบางกลุ่ม ทำให้หนังเรื่องนี้ออกฉายไม่ได้ถ้าไม่ตัดบางฉากออก สุดท้ายผู้กำกับก็ตัดสินใจไม่ฉาย คนเป็นแฟนผลงานก็ต้องผิดหวังกันไปตามๆ กัน
โชคดีที่เมื่อวันศุกร์-เสาร์ที่ผ่านมา สถาบันฝรั่งเศสจัดฉาย แสงศตวรรษ รอบพิเศษแบบไม่มีตัด เพียงแค่ 3 รอบเท่านั้น ตอนวันพฤหัสโทรไปจองที่นั่ง ก็ต้องผิดหวังเพราะมันเต็มทุกที่ทุกรอบ แต่วันเสาร์ก็ตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้า คิดว่ายังไงก็ต้องมีคนที่จองไว้แล้วไม่มาแน่ๆ และก็เป็นดังคาด มีที่นั่งเหลือ ทำให้ในที่สุดก็ได้ดูหนังเรื่องนี้เสียที (เจอคุณคนชายขอบ ก็มาดูเหมือนกัน)

ถ้าเทียบกับหนังเรื่องอื่นของผู้กำกับอภิชาติพงศ์แล้ว “แสงศตวรรษ” เป็นหนังที่ดู “ง่าย” ที่สุดและ “สนุก” ที่สุด เป็นอันดับ 2 รองจาก หัวใจทรนง (จากทั้งหมดที่เคยดู ได้แก่ แสงศตวรรษ, หัวใจทรนง, สัตว์ประหลาด!, ดอกฟ้าในมือมาร, Windows) ก่อนจะฉายหนัง อภิชาติพงศ์บอกกับคนดูว่า ให้ดูหนังแบบสบายๆ ไม่ต้องคิดมาก ปล่อยให้หนังพาไปเอง ซึ่งก็เป็นหลักสำคัญในการดูหนังของผู้กำกับคนนี้อยู่แล้ว ถ้าใครที่ชอบครึ่งแรกของ “สัตว์ประหลาด!” น่าจะชอบเรื่องนี้ได้ไม่ยาก การเล่าเรื่อง การดำเนินเรื่อง ดูเรียบง่ายและจริงใจมากๆ จนคนที่ไม่คุ้นเคยมาก่อนอาจคิดไปได้เลยว่าหนังมันไม่เห็นมีอะไรเลย
น่าสงสัยว่าถ้าหาก แสงศตวรรษ หรือ [...]

Nobody goes to see films by Apichatpong

บทความ Will Thai Reforms Make Censorship Worse? ในนิตยสาร TIME (via pantip) อ้างถึงคำสัมภาษณ์ของ ลัดดา ตั้งสุภาชัย (ผู้อำนวยการกลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม)
“Uneducated” is the term Ladda uses to describe Thai filmgoers. “They’re not intellectuals — that’s why we need ratings,” she says.
“Nobody goes to see films by Apichatpong,” she says. “Thai people want to see comedy. We like a laugh.”

คำถามที่สงสัยคือว่า “กลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม” มีหน้าที่ทำอะไรกันแน่ [...]

Body #19

ไปดูเรื่องนี้โดยไม่รู้อะไรเลยแม้แต่เรื่องย่อ รู้แค่มี แป้ง อรจิรา เป็นนางเอก บวกกับได้บัตรฟรีจากเวบ mthai.com ก็เลยลองไปดูเสียหน่อย
หนังออกมาดีเกินคาด ถ้าไม่นับเรื่อง CG ที่โคตรจะพร่ำเพรื่อเกินไปหน่อยแล้ว ถือว่าหลอกล่อคนดูได้อย่างมีชั้นเชิง พอมาหาข้อมูลแล้วจึงเพิ่งถึงบางอ้อว่า คนเขียนบทเรื่องนี้คือ เอกสิทธิ์และมะเดี่ยว จากเรื่อง 13 เกมสยอง ซึ่งเป็นหนังไทยปีที่แล้วที่ชอบมากๆ
ท่าทางผู้กำกับจะเป็นแฟน The Matrix เพราะมีฉาก bullet time เยอะสุดๆ (จนบางทีก็รำคาญ) แต่รวมๆ เป็นหนังไทยที่ดูได้คุ้มค่าเงินแน่นอน

Apichatpong on the New Film & Video Act

What if I called my new film My Beautiful Life Under Thaksin and the Military Junta? Would they deem it a disruption of social order and ban it?
- อภิชาติพงศ์ วีรเศรษฐกุล
ข่าวจากบางกอกโพสต์ (via filmsick)
พรบ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงพิจารณากันอยู่ มีประเด็นที่น่าสนใจคือว่า พรบ.นี้มีการจัดเรตหนังออกเป็น 4 กลุ่ม คือ สำหรับทุกเพศทุกวัย, เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีต้องมีผู้ปกครองควบคุม, อายุต่ำกว่า 18 ห้ามดู, และกลุ่มสุดท้ายคือ “ห้ามฉาย”
ปัญหาก็อยู่ที่กลุ่มห้ามฉายนี่แหละ เพราะคนที่กำหนดว่าจะฉายได้หรือฉายไม่ได้ ก็เป็นกรรมการที่มาจากกระทรวงวัฒนธรรมน่ะแหละ… แค่คิดก็เซ็งแล้ว

Gig #2

เด็กหนุ่มวัยคึกคะนอง 4 คน อยากมีแฟนแต่ไม่มีกึ๋น สุดท้ายก็ต้องไปพึ่งรุ่นพี่อดีตสมาชิกชมรมกิ๊กคลับ (จากภาคแรก) มาช่วยติวเข้มเรื่องความรัก กลายเป็นเรื่องวุ่นๆ ตามสูตรหนังวัยรุ่นเอาฮาเป็นหลัก โชคดีได้บัตรรอบสื่อมาดูที่โรงเมเจอร์รัชโยธินเมื่อวานนี้
หลังจากเดอะกิ๊กภาคแรก ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ทำรายได้ให้ mono film ไปพอสมควร ทำให้ต้องมีการสร้างภาคต่อออกมากะตีหัวเข้าบ้านเป็นเรื่องปกติ แต่จากประสบการณ์ของผมกับหนังในภาคแรกค่อนข้างจะเป็นทางลบพอสมควร คือตัวหนังพยายามเชิดชูภาพของวัยรุ่นเพลย์บอย สาวเซ็กซี่ โดยไม่ให้น้ำหนักในการสร้างหรือพัฒนาการของตัวละคร ทำให้ตอนสุดท้าย ตัวละครที่ทำตัวเลวมาตลอดทั้งเรื่อง กลับได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง อย่างค้านสายตาคนดูว่า ไอ้นางเอกนี่มันโง่หรือบ้ากันแน่

ในภาคสองนี้ ลดดีกรีความเซ็กซี่ลง ตัวละครสาวๆ ก็ค่อนข้างด้อยกว่าภาคแรก (อย่างเห็นได้ชัด) และบทส่วนใหญ่ก็จะเทไปอยู่ที่ฝ่ายหนุ่มๆ เสียมากกว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกชอบภาคสองนี้มากกว่าภาคแรกคือ ตัวละครฝ่ายชายไม่ได้ถูกสร้างภาพออกมาเป็นหนุ่มเพลย์บอยขี้เก็ก น่าหมั่นไส้อีกต่อไป แต่กลายเป็นพวก loser ขนานแท้ ที่หาแฟนไม่ได้เพราะความงี่เง่า ปากหมา หรือหื่นเกินพอดีของแต่ละคน เป็นตัวละครที่คนดูพร้อมจะเอาใจช่วยมากกว่าไอ้หนุ่มขี้เก็กในภาคแรกแน่นอน
เนื้อเรื่องในภาคนี้ออกจะเป็นแนวกุ๊กกิ๊กวัยหวานเสียด้วยซ้ำ ไม่ค่อยมีมุกประเภทจงใจเล่นใต้สะดือเสียเท่าไหร่ ทั้งเรื่องยิงมุกตลกเยอะพอสมควร มีทั้งฮาแบบว่าคิดได้ไงเนี่ย และแบบที่ฮากริบแป้กสนิทก็หลายมุก ทำให้อารมณ์ของหนังแทนที่จะดำเนินไปได้เรื่อยๆ กลับต้องมาสะดุดเพราะมันพยายามจะตลก แต่ดันไม่ตลก
สิ่งหนึ่งที่ออกจะไม่ชอบในทั้งสองภาคเลยคือสไตล์การกำกับของผู้กำกับคนนี้ คือไม่รู้ว่าเค้าเคยกำกับ MV มาก่อนหรือเปล่า แต่ผมไม่ชอบสไตล์การเล่าเรื่องโดยใช้ตัวหนังสือประกอบภาพเลยจริงๆ เหอะ ทำให้รู้สึกเหมือนดู MV [...]