Posted on April 30, 2007, 07:11, by pittaya.
My Blueberry Nights หนังเปิดเทศกาลที่คานส์ปีนี้
เป็นหนังภาษาอังกฤษเรื่องแรกของ Wong Kar Wai นำแสดงโดยนักร้องสาว Norah Jones และทีมนักแสดงระดับบิ๊กเนมอย่าง Jude Law, Natalie Portman และ Rachel Weisz แต่ไม่รู้จะได้ออกคนละกี่นาทีนะ นึกถึงประโยคเด็ด “เจอกันที่บาร์ ทูโอโฟร์ซิกส์” ในเรื่อง 2046 ขึ้นมาตะหงิดๆ
เรื่องนี้เฮียหว่องไม่ได้เรียกใช้บริการตากล้องคู่บุญอย่าง คริส ดอยล์ ก็ยังสงสัยอยู่ว่าเรื่องนี้จะยังแอบเหงาได้อย่างเรื่องเก่าๆ หรือเปล่า (สงสัยจะคิดว่าไปถ่ายให้ Paranoid Park (เรื่องนี้ก็ได้เข้าสายประกวด อยากดูเหมือนกัน) น่าสนใจกว่าถ่ายเรื่องนี้หละมั้ง)
ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสลงโรงบ้านเราแค่ไหน
Posted on April 27, 2007, 00:19, by pittaya.
“พลอย” หนังเรื่องล่าสุดของเป็นเอก รัตนเรือง
7 มิถุนา จะรัก จะเลิก คุณจะรู้
Posted on April 21, 2007, 18:34, by pittaya.
Oldboy เป็นหนังเกาหลีเรื่องที่ผมชอบมากเป็นลำดับต้นๆ ขนาดที่ว่าต้องถ่ายรูปเลียนแบบดาราเก็บไว้เลยนะ หนังมันโหดสะใจดี ดูแล้วน่าเลียนแบบ ซักวันนึงถ้าทนกับประเทศนี้ไม่ไหว อาจจะควงปืนออกไปยิงคนเล่นดูสักที
Posted on April 20, 2007, 13:39, by pittaya.
ได้ซีดี Soundtrack หนัง Me…Myself ขอให้รักจงเจริญ มาฟรี เป็นของแจกมีเพลงมาให้ 2 เพลง (เอง)
เพลงแรกเป็นของ Ebola ที่เนื้อเพลงดูจะไปกันได้ดีกับหนัง เปิดบ่อยมากที่จอตรงข้ามลานน้ำพุเซ็นเตอร์พอยท์ กับอีกเพลงนึงเป็นเพลงเก่าของ พงษ์พัฒน์ เอามาทำเป็น acoustic
ระหว่างที่ YouTube ยังโดนบล็อกอยู่ ดู MV ของทั้งสองเพลงได้ที่ mthai video
สิ่งที่ฉันเป็น, ฟั่นเฟือน
หนังเข้าตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ใครชอบหนังรักก็ลองไปดูกัน
เออ.. เพิ่งสังเกตได้ว่า ทำไมท่านั่งอนันดามันเหมือนกับลุง Bill Murray เลยเนี่ย
Posted on April 15, 2007, 01:30, by pittaya.
Pan’s Labyrinth เป็นผลงานของผู้กำกับ Guillermo del Toro ที่ในตอนแรกผมไม่ค่อยจะเชื่อถือในฝีมือนัก เพราะดูจากชื่อหนังเก่าๆ ที่เค้ากำกับอย่าง Hellboy หรือ Blade II มันไม่ค่อยจะดูดีเท่าไหร่นัก (ถึงแม้ว่าผมออกจะชอบ Blade II อยู่พอควร) แต่กระแสตอบรับทั้งจากคนที่ดูแล้วหรือรางวัลจากงานต่างๆ ก็คุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงไปดู
ผลจากการไปดูเมื่อคืนวันศุกร์รอบสามทุ่ม (ไม่อยากเปียก) บอกได้ว่า เฮ้ย… ชอบ หนังมันมีทั้งความจริงโหดร้ายแล้วก็เทพนิยายบรรเจิด เล่าเรื่องตัดสลับได้แนบเนียนไม่มีสะดุด เพลงประกอบของ Javier Navarrete ก็เข้ากันได้ดีกับเนื้อเรื่อง สมควรแล้วที่กวาดมาได้หลายรางวัล ติดอยู่ตรงที่ชื่อไทยดันตั้งว่า “อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต” นี่แหละ ทำหยั่งกับว่าเป็นหนังเด็ก แต่ว่าเนื้อเรื่องจริงๆ แล้วมันเป็นแฟนตาซีสำหรับผู้ใหญ่มากกว่า มีฉากโหดๆ เยอะ แล้วตัวประหลาดทั้งหลายมันดู freak และชวนแหวะมากกว่าจะดูแล้วบันเทิงใจ
เห็นทีจะต้องลองไปขุดงานเก่าของ Guillermo del Toro มาดูบ้างเสียแล้ว