Doom Doom !
วันนี้ได้ดูหนังอย่างไม่คาดคิดเรื่องหนึ่ง ที่ห้องสมุดมารวย ที่อยู่ตรงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เป็นประจำทุกวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ทางห้องสมุดเค้าจะเปิดหนังให้คนดูกันเพลินๆ ผ่านทางจอโปรเจ็กเตอร์ คนที่จะดูก็ไปขอหูฟังไร้สายจากเจ้าหน้าที่มาสวม แค่นี้ก็ดูได้สบายใจโดยไม่รบกวนคนที่อ่านหนังสือแล้ว
วันนี้ตั้งใจไปอ่านหนังสือ แต่ดันมีหนังเรื่องที่เคยคิดอยากจะดูฉาย ก็เลยต้องหยุดพักชั่วครู่ หันมาดูหนังก่อน
โปรแกรมที่ฉายวันนี้ ห้องสมุดมารวย ภูมิใจเสนอ Doom
หนังไซไฟสร้างจากเกมยอดฮิต ทีแรกตอนที่มันเข้าฉายในโรงก็เกือบจะเข้าไปดูแล้ว แต่รู้สึกว่าไม่น่าจะคุ้มเงิน ก็เลยปล่อยไป จนได้มาดูโดยไม่คาดคิดในวันนี้
สิ่งที่ทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้มีอยู่อย่างเดียวคือ ฉาก Fist-Person Shooter แบบลอกมาจากในเกมเด๊ะๆ แต่กว่าจะถึงฉากนั้นก็ต้องรอถึงตอนหนังเกือบจบแล้ว แต่ก็ค่อนข้างคุ้มค่ากับการรอคอย เพราะฉาก long take ความยาว 5 นาที ที่เป็นแอ็คชั่นแบบ non-stop ถูกใจแฟนเกมจริงๆ และนี่ก็เป็นฉากที่ดีที่สุดของเรื่องด้วย เพราะส่วนอื่นในหนังมันก็… หนังแอ็คชั่น ยิงสัตว์ประหลาดทั่วไป ตามสูตร
คนที่เป็นแฟนเกมมาก่อน น่าจะดูได้สนุกกว่าคนไม่เคยเล่น เพราะมันจะมีมุกเจ็บๆ ที่แฟนเกมเท่านั้นที่จะ get เช่น
- ในหนังมีปืน BFG ด้วย โดยชื่อในหนังที่เขียนบอกไว้ในคอมพิวเตอร์คือ Bio Force Gun แต่พอเดอะร็อคหยิบขึ้นมาใช้ ก็อุทานออกมาว่า “Big Fucking Gun” (นั่นแหละชื่อจริง)
- มีตัวละครชื่อ Dr.Carmack ที่บังเอิ๊ญบังเอิญไปพ้องกับ John Carmack คนเขียนเกม Doom
- พระเอกมีลูกน้องชื่อ Duke ที่ก็บังเอิญไปชื่อเหมือนกับพระเอกของอีกเกมหนึ่ง
- ตัวละครในเรื่องที่ชื่อ Pinky ตอนท้ายติดเชื้อกลายพันธุ์จนเปลี่ยนร่างเป็น Pinky Demon
- นอกจาก Pinky Demon แล้ว สัตว์ประหลาดในเกมตัวอื่นก็โผล่มากันให้พอคิดถึง ทั้ง Imp, Hell Knight แล้วก็ Zombie เสียดายที่ไม่มี Cyberdemon กับ Spider Mastermind
- มีฉากใช้เลื่อยไฟฟ้าด้วย !
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เล่นเกมภาคสามเพราะเครื่องไม่แรงพอ ในฐานะที่เป็นแฟนเกมมาตั้งแต่สองภาคแรก ออกจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะนึกว่าจะมีฉาก FPS เยอะกว่านี้, มีสัตว์ประหลาดมากกว่านี้, สัตว์ประหลาดปล่อยลูกไฟได้, หรือสัตว์ประหลาดมาจากนรก ไม่ใช่การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ! ถ้าไม่เคยเล่นเกมมาก่อนคงจะไม่ทนดูจนจบเรื่องแหง

หนังเรื่องนี้ ฮามากครับ ถ้าให้ดาวคงให้ได้ 1 จาก 5 -_-
จริงๆเกม doom นี่พัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆตั้งแต่ปี 1993 ต่างจาก wolfenstein (1992) ที่หายไปเลย ทั้งๆที่ตอนนั้นดังมาก
ฟังคนที่ไปดูเรื่องนี้มาวิจารณ์หนัง สรุปว่าแบ่งได้ 2 ประเภทคือ
1. ประทับใจฉาก FPS
2. ห่วยมาก มีฉากเหมือนเล่นเกมด้วย
มีลิงค์ตัวอย่างให้ดูไหมครับ