Posts Tagged ‘Movie’

Funny Games (2007)

ครอบครัวแสนสุข พ่อแม่ลูก เดินทางไปบ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบ หวังจะใช้วันหยุดพักผ่อน ตีกอล์ฟ เล่นเรือ กับเพื่อนบ้าน แต่ทุกอย่างกลับต้องพังทลายเมื่อมีไอ้หนุ่มแปลกหน้าสองคนเดินเข้ามาขอไข่!

Funny Games กำกับโดยผู้กำกับชื่อดัง Michael Haneke ที่จับเอาหนัง Funny Games ที่เค้ากำกับเองเมื่อสิบปีที่แล้ว มารีเมคใหม่ จากภาษาเยอรมันมาเป็นภาษาอังกฤษแบบช็อตต่อช็อต!
Michael Haneke เป็นผู้กำกับที่ช่ำชองเรื่องการเล่นกับความรู้สึกของคนดูมาก จาก Hidden หนังเรื่องที่แล้วของเค้า หลอกล่อให้คนดูสงสัยใคร่รู้ เผยให้เห็นชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่จะต่อกันเป็นรูปเป็นร่าง ทีละชิ้นๆ แต่ฉับพลัน เค้าก็ทำลายมันลงทั้งหมด ไม่เหลืออะไรให้เชื่อถือได้ ปล่อยให้คนดูหลงทาง จับต้นชนปลายไม่ถูก หลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งจบเรื่องก็ยังไม่สามารถมั่นใจอะไรได้เลยนอกจากว่า ตัวเองโดนผู้กำกับหลอกจนหัวปั่น
ใน Funny Games ยังคงเอกลักษณ์ของ Haneke ไว้อย่างครบถ้วน ในเรื่องนี้ Haneke ปล่อยให้คนดูลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร ปล่อยให้มีความหวัง ทีละนิดๆ จากนั้นจึงค่อยๆ บดขยี้ความหวังพวกนี้ลงทีละอย่าง แต่ก็ไม่บี้ให้ดับสนิท เหลือไว้ให้ทรมานคนดูต่อไปเรื่อยๆ บางคนถึงกับบอกว่า เป็นหนังที่ดูแล้วอยากจะให้มันจบเร็วๆ ไม่ใช่เพราะว่ามันน่าเบื่อหรือว่าห่วย แต่มันเกินขีดจำกัดที่จะทนได้ต่างหาก
หลังจากดูจบแล้วคิดว่าหนังเรื่องนี้ “รุนแรง” เข้าขั้น เป็นความรุนแรงประเภทที่ออกมาจากจินตนาการของตัวเราเองทั้งนั้น [...]

Inside

Inside (À l’intérieur) เป็นหนังสัญชาติฝรั่งเศสที่บังเอิญไปโหลดมาดูโดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนังเลยนอกจาก comment ในบล็อกอันหนึ่งของคุณ filmsick ที่รีวิวหนังเรื่อง teeth
ปกติเวลาจะดูหนังแต่ละเรื่อง ส่วนตัวจะคิดว่า รู้เรื่องเกี่ยวกับหนังให้น้อยที่สุดจะดีกว่า จะได้ไม่มีการตั้งความหวังอะไรมาก สำหรับเรื่อง Inside นี่ รู้แค่เรื่องย่อที่บอกว่า ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้หญิงท้อง ต้องอยู่กับบ้านคนเดียว แต่จู่ๆ ก็มีผู้หญิงอีกคนหน่ึงโผล่เข้ามาพยายามจะทำคลอดให้ด้วยกรรไกรคมกริบ และเจี๋ยนทุกคนที่โผล่เข้ามาขัดขวาง!

หนังมีความยาวแค่ไม่ถึงชั่วโมงครึ่ง โดยเรื่องเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในบ้านของตัวเอก ตัวหนังคุมโทนได้ดี สามารถตรึงคนดูไว้ให้จดจ่อกับเหตุการณ์ข้างหน้าได้ตลอดทั้งเรื่อง (ถึงแม้จะมีบางจังหวะชวนให้เบือนหน้าหนี) ดูแล้วก็นึกถึงหนังญี่ปุ่นเรื่อง 2LDK ที่เป็นการเชือดกันในที่ปิดตายเหมือนกัน ต่างกันตรงที่ใน Inside นี่ยังมีตัวละครอื่นมาเกี่ยวข้อง ไม่ได้บู๊กันตัวต่อตัวเหมือนใน 2LDK
ชอบหนังเรื่องนี้ตรงที่การกระทำของตัวละครมัน “ป่วย” ได้ใจมาก ถึงปริมาณเลือดในเรื่องอาจจะไม่ได้พุ่งกระฉูดเว่อร์เหมือนอย่างใน The Machine Girl แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หนังอย่าง 300 กลายเป็นหมู่บ้านแสนสุขไปเลย
ลองดูตัวอย่างหนังได้ข้างล่าง

The Machine Girl

เพิ่งได้ดูหนังเรื่อง The Machine Girl (片腕マシンガール Kataude mashin gāru) หลังจากที่เพิ่งลงแผ่นที่ US หมาดๆ หนังแนวนี้ไม่หวังว่าจะมีค่ายไหนในเมืองไทยซื้อเข้ามาฉายอยู่แล้ว ดังนั้นที่พึ่งในยามยากอย่าง BitTorrent ช่วยเราได้เสมอ

เนื้อเรื่องของ The Machine Girl เป็นเรื่องของเด็กสาวมัธยมที่ตามล้างแค้นให้น้องชายที่ถูกยากูซ่าฆ่าตาย โดยมีอาวุธคือปืนกลติดที่แขน! นี่คือหนังที่ดูแล้วกรี๊ดแตกที่สุดในรอบหลายเดือน ด้วยความดิบ เถื่อน บ้าบอ และคัลท์สุดๆ ถ้าชอบหนังอย่าง Ichi the Killer หรือ Planet Terror ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวง
หนังเดินเรื่องแบบไม่มีความสมจริงให้จับต้องได้ ทุกครั้งที่มีส่วนของร่างกายโดนตัดขาด เลือดปลอมจะพุ่งออกมาสาดกระเซ็นไปทั่ว กว่าจะถ่ายทำจบเรื่องคงหมดเลือดไปหลายแกลลอน ตัวละครแต่ละตัวก็แสดงได้แข็ง และมีคาแรกเตอร์แบบการ์ตูนมากๆ (ได้ Honoka มาเล่นเป็นเมียยากูซ่าด้วย!) ถึงแม้หนังจะดูด้อยและเกรดต่ำขนาดไหน เหตุผลที่จะดูหนังเรื่องนี้มันมีแค่ สาวน้อยในชุดนักเรียนมัธยมชุ่มเลือด ตัวละครที่ตัวขาดเป็นท่อนๆ เลือดสาดกระจาย เท่านี้ก็พอแล้ว ถ้าสนใจอะไรแนวนี้ ลองดูตัวอย่างหนังกันได้ข้างล่าง

I took the red pill

สั่งทำเสื้อ twitter ไว้ เพิ่งไปรับมาเมื่อวันก่อนในงาน mini twittbkk หน้าตาเป็นตามในรูป

เสื้อ twitter
วันนี้ใส่ไปทำงาน มีเพื่อนที่ทำงานถามว่า “I took the red pill” มันมีความหมายว่ายังไง?
ต้องอธิบายก่อนว่า red pill ในที่นี้ก็คือ ยาเม็ดสีแดง จากในหนัง The Matrix ภาคแรก (คนไม่เคยดูอาจจะไม่ get) มีฉากหนึ่งที่มอร์เฟียส ยื่นยาสองเม็ด สีแดงกับสีฟ้า ให้นีโอเลือก แล้วบอกกับนีโอว่า
“This is your last chance. After this, there is no turning back. You take the blue pill - the story ends, you wake up in your [...]

Syndromes and a Century - Thailand’s edition

ภาพยนตร์ แสงศตวรรษ ของผู้กำกับอภิชาติพงศ์ กำลังจะเข้าฉายบ้านเราในวันที่ 10 เมษายน นี้ ทีแรกได้ข่าวว่าจะฉาย 19 เมษา ปีที่แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ฉายด้วยเหตุงี่เง่าของคณะกรรมการเซ็นเซอร์บ้านเรา ที่ต้องการจะตัดฉากที่พวกเค้าคิดว่า “ไม่เหมาะสม” ออกไปเป็นจำนวน 4 ฉาก แต่ทางผู้กำกับไม่ยอม ก็เลยตัดสินใจไม่ฉายเลยซะดีกว่า
ล่าสุด ผู้กำกับขออุทธรณ์เรื่องนี้ใหม่ และผลการอุทธรณ์คือ คณะกรรมการยืนยันให้ตัด 4 ฉากเดิมออก และตัดเพิ่มอีก 2 ฉาก!
รวมแล้วหนัง แสงศตวรรษ จะต้องโดนตัดออกทั้งหมด 6 ฉากด้วยกัน คือ

ฉากพระเล่นกีตาร์
ฉากพระเล่นเครื่องร่อน
ฉากหมอกอดจูบกับแฟนสาวแล้วเป้าตุง
ฉากหมอดื่มเหล้าในโรงพยาบาล
ฉากที่เห็น พระบรมรูปสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (ใหม่)
ฉากที่ปรากฏให้เห็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับคู่กับสมเด็จย่า (ใหม่)

เหตุผลที่ให้ตัดเพิ่มอีก 2 ฉากนั้นคือ “เขาบอกว่า ดูพระยังพอคิดไปได้ว่า เป็นพระลาวหรือพระที่อื่น แต่ดูฉากนี้แล้วรู้เลยว่าเป็นเมืองไทย”
สุดท้ายแล้ว อภิชาติพงศ์ ยอมฉาย แสงศตวรรษ ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใครในโลก เรียกว่าเป็น Thailand’s edition นั่นคือ ทั้งใน 6 ฉากนี้ [...]