Posted on March 9, 2008, 18:59, by pittaya.
ได้ยินชื่อหนัง Persepolis มาเป็นระยะๆ นานแล้วเหมือนกัน (คุณ s65 กับคุณเช ก็เคยเขียนถึง) หนังเพิ่งเข้าฉายบ้านเราที่โรง House RCA เมื่อวานนี้มีโอกาสก็เลยเข้าไปดู
หนังเป็นเรื่องของเด็กหญิงคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นมาในประเทศอิหร่าน ผ่านช่วงสงคราม ช่วงปฏิวัติศาสนา การกดขี่ทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งจริงๆ ก็คืออัตชีวประวัติของ Marjane Satrapi คนเขียนการ์ตูนเรื่องนี้น่ะเอง
ดูจบแล้วติดใจ ก็เลยไปซื้อหนังสือต้นฉบับมาจาก Kinokuniya
Persepolis boxed set
หนังสือมีสองเล่มคือเล่มแรก The story of a childhood และเล่มสอง The story of a return แพ็คขายคู่ มีกล่องใส่ให้ สนนราคา 852 บาท หรือมีอีก edition หนึ่งรวมทั้งสองเล่มเป็นเล่มเดียวจบ ใช้ชื่อว่า The complete persepolis แต่อันนี้ปกไม่ค่อยสวย ขายอยู่ 900 กว่าบาท ก็เลยเลือกแบบสองเล่มดีกว่า
สิ่งที่ได้เห็น ได้รับรู้ในหนัง อาจจะเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อสำหรับคนที่มีชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่ใช่รัฐศาสนา การดื่มแอลกอฮอลล์, [...]
Posted on January 30, 2008, 02:51, by pittaya.
ได้ตั๋วหนังเรื่องสียามา รอบสื่อที่โรงหนังสยามพารากอน ไม่ได้คาดหวังอะไรกับหนังของ MonoFilm อยู่แล้ว แต่ไหนๆ ได้ตั๋วฟรีมาแล้วก็เลยลองเข้าไปดูเสียหน่อย
ตัวหนังทำได้ตามมาตรฐานหนังของโมโนฟิล์ม (ไม่นับรวมเรื่อง Me, Myself นะ) ดังนั้นก็ไม่มีอะไรให้พูดถึงมากนัก แต่สิ่งที่สะกิดใจอยู่ตลอดช่วงเวลาที่ดูหนังอยู่คือการรับรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของคนในปัจจุบันมากกว่า ในหนังมีบทพูดอยู่หลายจุดที่พูดถึงการปกป้องบ้านเมือง รักแผ่นดิน ไม่ทรยศชาติ (เอ… ฟังดูคุ้นๆ) แผนการโปรโมตหนังก็มาตาม theme นี้คือ เน้นเรื่องความรักชาติเข้าไว้ และนี่คือจุดที่ถูกเน้นย้ำและทำให้หงุดหงิดใจตลอดการดูหนัง (ไม่นับเรื่องบทพูดที่ดูเหมือนยัดเยียดใส่ปาก และนักแสดงที่เล่นกันได้แข็งสุดๆ)
เท่าที่สังเกตการรับรู้ประวัติศาสตร์ของบ้านเรายังหยุดกันอยู่แค่ความรู้ในแบบเรียนประถม 6 เท่านั้นเอง เราเชื่อกันมาว่า คนไทย ประเทศไทย สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี รัตนโกสินทร์ เชื่อกันว่าคนสมัยก่อนเคารพรักและเทิดทูนสถาบันกษัตริย์เหมือนกับในปัจจุบันนี้ และหนังเรื่องสียามานี้ ก็เป็นอีกหนึ่งการผลิตซ้ำ “วาทกรรมรักชาติอย่างเป็นทางการ” เช่นเดียวกับหนังแนวเดียวกันนี้อีกหลายเรื่องที่สร้างขึ้นมาตอบสนองอุดมการณ์ชาตินิยม (ที่อยู่ในคำว่า “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ที่เราถูกพร่ำสอนกันแต่เด็ก)
อุดมการณ์นี้ประสบความสำเร็จในบ้านเราเป็นอย่างมาก อาจจะถึงขั้นมากที่สุดในยุคปัจจุบันที่ผู้คนเชื่อกันว่า การสามัคคี การคิดไปทางเดียวกัน มีความหมายเท่ากับคำว่า “รักชาติ” คนที่คิดต่างไปจากคนอื่น เชื่อในสิ่งที่คนอื่นไม่เชื่อ หรือไม่เชื่อในสิ่งที่คนอื่นเชื่อ ก็ถูกเหมารวมไปว่าเป็นพวก “ไม่รักชาติ” ไปเสียหมด [...]
Posted on January 23, 2008, 01:14, by pittaya.
ไปดู Cloverfield มาเมื่อวันอาทิตย์ เป็นหนังหายนะภัยเรื่องล่าสุดของฮอลลีวู้ด คราวนี้เป็นสัตว์ประหลาดบุกถล่มแมนฮัตตัน ใช้เทคนิคการถ่ายทำให้เหมือนกับว่ากำลังเอากล้องวิดีโอที่คนในเหตุการณ์บันทึกได้มาดู ภาพที่ได้ออกมาเลยดูเหมือนเป็น reality show ตามติดชีวิตคนหนีตาย ถือว่าไอเดียเจ๋งใช้ได้เลย จะมีที่ติอยู่เล็กน้อยคือตัวเนื้อเรื่องที่ออกแนวจงใจดรามาเกิน reality show หนีสัตว์ประหลาดตอนแรกดีๆ อยู่แล้ว ดันอยากเท่เป็นพระเอกลุยเข้าไปกลางสนามรบ ได้อารมณ์อเมริกันฮีโร่มากไปหน่อย แต่ส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องการตัดต่อ สามารถใช้ประโยชน์จากการเป็นกล้องวิดีโอ (แบบหลอกๆ) ได้เต็มที่ การเคลื่อนกล้องก็ส่ายได้สมกับเป็นกล้องวิดีโอมาก ว่าตอนที่ดู Blair Witch Project มันเวียนหัวสุดๆ แล้ว Cloverfield ส่ายยิ่งกว่านั้นเสียอีก
นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว หนังแนวสัตว์ประหลาดเรื่องอื่นที่ชอบก็มีหนังเกาหลีเรื่อง The Host ของผู้กำกับ Bong Joon Ho เป็นเรื่องสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ หน้าหนัง การดำเนินเรื่อง จังหวะทุกอย่างเป็นหนังสัตว์ประหลาดบันเทิงตามสูตร แต่ก็แฝงไว้ด้วยการเสียดสี วิพากษ์วิจารณ์อำนาจของรัฐที่ล้มเหลวในการคุ้มครองประชาชน
ถ้าเป็นต้นตำรับของแนวสัตว์ประหลาดบุกเมือง จะไม่พูดถึง Godzilla ก็คงไม่ได้ แน่นอนว่าของจริงต้องเวอร์ชันญี่ปุ่นเท่านั้น ของฮอลลีวู้ดรีเมคเป็นจิ้งเหลนวิ่งในเมืองนี่รับไม่ได้ ภาคที่ดูแล้วชอบล่าสุดเห็นจะเป็น Godzilla: Final Wars หนังปี [...]
Posted on January 7, 2008, 19:41, by pittaya.
Chow Mo-wan: In the old days, if someone had a secret they didn’t want to share… you know what they did?
Ah Ping: Have no idea.
Chow Mo-wan: They went up a mountain, found a tree, carved a hole in it, and whispered the secret into the hole. Then they covered it with mud. And leave the [...]
Posted on January 4, 2008, 02:25, by pittaya.
หนัง Marie Antoinette เวอร์ชันของผู้กำกับ Sofia Coppola เป็นการเล่าเรื่องชีวประวัติของ มารี อองตัวเนต มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของฝรั่งเศส ตั้งแต่เริ่มเดินทางออกจากออสเตรีย (มารี อองตัวเนต เป็นออสเตรีย มาแต่งงานกับรัชทายาทของฝรั่งเศสเพื่อผลทางการเมือง) จนกระทั่งถึงช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส
ตามประวัติศาสตร์ที่ได้ยินกันทั่วไปนั้น มารี อองตัวเนต ขึ้นชื่อในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย แต่ในตัวหนังพยายามเสนอด้านที่เป็นมนุษย์ของ มารี อองตัวเนต มากขึ้น การใช้ฉาก เสื้อผ้า ดนตรีประกอบ ทำให้หนังหลุดออกจากขอบเขตของหนังพีเรียดแบบสมจริง กลายมาเป็นหนังชีวิตวัยรุ่นสุดเปรี้ยว!
ลองคิดถึงหนังย้อนยุคไปในช่วงประมาณปี 1770 แต่ดันใช้เพลง Hong Kong Garden ของ Siouxsie & The Banshees เปิดในงานเลี้ยงเต้นรำ (จบแล้วต่อด้วย Aphrodisiac ของ Bow Wow Wow!) ใช้เสื้อผ้าสีชมพู hot pink ขณะที่ในสมัยนั้นไม่มีใครแต่งสีชมพูกันสลอนเหมือนยุคนี้สักหน่อย และฉากที่แสบที่สุดคือฉากเลือกรองเท้าที่จะใส่ ดันมี converse หุ้มข้อสีฟ้าโผล่เข้ามาในฉากซะงั้น!
เหมือนกับจงใจแสดงออกถึงความขบถต่อพิธีรีตรองที่มากมายของแวร์ซายส์ [...]