เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : ราเมงหมูดำ Kanedaya

ทริปคิวชูวันที่ 7 วันนี้เป็นรายการเก็บตกก่อนที่จะเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น เมืองเด่นๆ ในแถบคิวชูเหนือก็ไปมาเกือบหมดแล้ว วันนี้ก็เลยลองเปลี่ยนบรรยากาศไปแถวที่ไม่ดังบ้าง

เป้าหมายแรกคือออกนอกเกาะคิวชูไปที่ Shimonoseki จังหวัด Yamaguchi ฟังดูเหมือนไกล แต่จริงๆ แล้วก็แค่นั่งรถไฟข้ามช่องแคบไปนิดเดียว

Hakata Station

เริ่มต้นที่สถานี Hakata เหมือนเคย ผมนั่งรถไฟสาย Limited Express Sonic ไปลงที่ Kokura แล้วต่อ JR Sanyo Line มุดอุโมงค์เชื่อมช่องแคบเพื่อไปจุดหมายที่สถานี Shimonoseki

On the train

เช้านี้ไม่ได้ซื้อข้าวกล่องขึ้นมากินบนรถ เพราะว่าตั้งใจจะไปซื้อข้าวกล่องหน้าปลาปักเป้าชื่อดัง Deluxe Fukusushi ที่สถานีปลายทาง

Shimonoseki Station

ถึงสถานี Shimonoseki แล้ว

Around Shimonoseki Station

Nearby Shimonoseki Station

รอบๆ สถานี Shimonoseki มีตึกสวยๆ เหมาะแก่การถ่ายรูป

ผมเดินหาร้านขายข้าวกล่องแต่ไม่มีข้าวกล่องที่ตั้งใจจะซื้อ ก็เลยไปถามที่ tourist information แถวนั้น ได้ความว่าข้าวกล่องหน้าปลาปักเป้าที่อยากกิน มีขายเฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่านั้น ก็เท่ากับว่านั่งรถไฟมาเสียเที่ยว T-T

Fukusushi Ekiben

ข้าวกล่องหน้าตาแบบในรูป (ภาพจาก ที่นี่)

Breakfast

จำใจต้องกินข้าวปั้นจากมินิมาร์ทรองท้อง + นั่งรถกลับมาสถานี Kokura

Limited Express Sonic

Inside Sonic

ถึงจะผิดหวังจะข้าวหน้าปลาปักเป้า แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกความพยายามในการหาของกิน จากสถานี Kokura ผมนั่งรถขบวน Sonic ไปลงสถานี Yukuhashi (14 นาที)

Yukuhashi Station

ถึงสถานี Yukuhashi แล้ว

Yukuhashi Station

หน้าสถานีมีสัญลักษณ์หน้าตาแปลกๆ

Yukuhashi นี่สถานีดูใหญ่โต แต่ในตัวเมืองค่อนข้างเงียบถึงเงียบมาก ไม่ค่อยมีรถราวิ่งให้เห็น คนส่วนใหญ่ที่เจอก็เป็นคนแก่มากกว่าวัยทำงาน

เดินตรงจากสถานีมาประมาณ 1 กิโลนิดๆ ก็จะเจอกับร้านราเมงเล็กๆ ขนาดห้องเดียว

Kanedaya

ร้านราเมง Kanedaya เปิด 11 โมงตรง ผมมาเร็วไปราวๆ 10 นาที ก็เดินเตร็ดเตร่แถวนั้นอยู่พักนึง กลับมาอีกทีร้านก็เปิดพอดี

Kanedaya

ข้างในเป็นร้านเล็กๆ มีเคาท์เตอร์แล้วก็โต๊ะนั่งกินอีกนิดหน่อย ดูแล้วรับลูกค้าได้ไม่น่าเกิน 15 คน

Kanedaya

แต่ดูแล้วก็เป็นร้านดังใช้ได้ มีลายเซ็นคนดัง (มั้ง) เต็มร้านเลย

Kanedaya

เมนูในร้าน มีเท่านี้แหละ มีราเมงกับท็อปปิ้งให้เลือก ผมก็สั่งไม่เป็นเลยเลือกของมาตรฐานที่เค้าแนะนำกัน คือราเมงหมูดำ (ส่วนท็อปปิ้งอ่านไม่ออก เลยไม่ได้สั่ง)

Kurobuta Ramen

ราเมงมาแล้ว น้ำซุปขาวข้นตามสไตล์ของราเมงแถบนี้

Kanedaya

หมดอย่างรวดเร็ว

สรุปสั้นๆ ว่าเป็นราเมงที่อร่อยที่สุดในทริปนี้แล้ว เส้นราเมงเหนียวกำลังดี หมูอร่อย น้ำซุปเข้มข้น สมกับเป็นราเมงที่ได้คะแนนรีวิวใน tabelog สูงที่สุดใน Fukuoka (แต่เช็คดูล่าสุดหล่นไปอยู่อันดับ 5 แล้ว)

ถ้าได้มาแถวนี้ แนะนำว่าไม่ควรพลาด แต่ถ้าจะถ่อมาจาก Hakata อาจจะดูลำบากเกินไปหน่อย (นั่งรถชั่วโมงกว่า เดินอีกกิโลนึง)

รายละเอียดเพิ่มเติม เวลาปิดเปิด ดูได้จากใน tabelog

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เนื้อย่าง Tanka

พอกลับจาก Yufuin มาถึงตัวเมือง Fukuoka แล้ว ก่อนจะกลับที่พักก็แวะทานข้าวเย็นสักหน่อย

Tanka

ร้านที่แวะชื่อ Tanka อยู่แถวระหว่างสถานี Yakuin กับสถานี Watanabedori เปิด 6 โมงเย็นถึงตี 3 (ข้อมูลจาก tabelog) อาหารเป็นแนวๆ เนื้อย่างหลายแบบ เท่าที่เห็นคนส่วนใหญ่ที่มากินก็เป็นพวกพนักงานออฟฟิศ

ที่ร้านไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ แต่รายการอาหารหลายๆ อย่างก็เป็นตัวคะตะกะนะ อ่านไม่ยากเท่าคันจิ และพอเดาๆ มั่วๆ ไปได้ พนักงานก็พยายามช่วยเหลือดี

Tanka

ระหว่างรออาหารที่สั่ง ก็มีของทานเล่นมาให้กินรอไปพลางๆ อันนี้เป็นคล้ายๆ เนื้อเปื่อย

Tanka

อย่างแรกเป็นเมนูที่พนักงานบอกว่าคนนิยมสั่ง เป็นเนื้อ + ลิ้น ย่างเสียบไม้

Tanka

มีน้ำจิ้มให้สามอย่าง

Tanka

ย่างมาได้กำลังดีเลย ข้างนอกสุก ข้างในยังแดงนิดๆ

Tanka

สั่งกิมจิมากินตัดรสด้วย

Tanka

อันนี้จำชื่อไม่ได้ แต่เป็นเนื้อส่วนลิ้น เข้าใจว่าย่างเกลือ จะจิ้มซอสหรือบีบมะนาวก็อร่อย

Tanka

จานนี้เป็นโฮรุมง (เครื่องใน) เคี้ยวสนุกดี

ราคารวมทั้งหมด (มีเบียร์สดอีกแก้วนึง) 4,050 เยน ก็รู้สึกว่าแพงนิดนึงแต่ก็อร่อยสมราคาอยู่ ถ้าเกิดว่าอ่านเมนูออกคงจะได้สั่งอะไรมากกว่านี้

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : เที่ยวตัวเมือง Yufuin

เที่ยวเมือง Yufuin ต่อจากตอนที่แล้ว หลังจากกินข้าวเสร็จก็ถึงเวลาเดินเที่ยวในตัวเมือง จากแผนที่จะเห็นว่าถนนหลักของเมืองจะมีอยู่เส้นเดียว ร้านค้าทั้งหลายจะตั้งเรียงรายอยู่สองฟากถนน

Yufuin Map

แผนที่เมือง Yufuin ขอมาจากจุดบริการนักท่องเที่ยวที่สถานี

ถ้าคนที่มาเที่ยวแบบมาเช้าเย็นกลับ เดินเฉพาะถนนสายหลักนี่ก็พอ เพราะนอกจากส่วนนี้ไปแล้วก็บ้านนอกญี่ปุ่นดีๆ น่ะเอง เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า ป่าเขา และลำคลอง แต่สำหรับคนที่มาแบบนอนเรียวกังค้างคืน ที่พักพวกนั้นจะอยู่กระจายออกไปรอบนอกหน่อย

ความรู้สึกตอนที่เดินในตัวเมืองคือจะได้อารมณ์คล้ายๆ อำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน คือส่วนนักท่องเที่ยวนี่ร้านค้าแข่งขันเท่ แข่งกันมีกิมมิคเรียกลูกค้าสุดๆ แต่โซนที่ไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวก็จะเป็นคนท้องถิ่นอยู่กันแบบบ้านๆ

Shitanyu

เดินผ่านโรงอาบน้ำสาธารณะชื่อ Shitanyu อยู่ใกล้ๆ ทะเลสาบ Kirinko น่ะแหละ อยากลองเข้าไปแช่น้ำร้อนดูบ้าง แต่งง ไม่รู้จ่ายเงินยังไง เข้าตรงไหน ก็เลยเดินผ่านไป

Marc Chagall Museum

เดินต่อมาอีกเจอ Marc Chagall Museum พิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานของศิลปินรัสเซีย ตึกหน้าตาสวยดีเลย ติดทะเลสาบ แต่ก็ยังงงๆ อยู่ว่ามาตั้งพิพิธภัณฑ์อะไรอยู่ตรงนี้

Marc Chagall Museum Yufuin

มี Museum shop และ Cafe ใกล้ๆ

Yufuin

Yufuin

ตรงนี้เหมือนจะเป็นโซนขายของรำลึกอดีตของคนญี่ปุ่น มีของเล่นเก่าๆ ใบปิดหนังเก่า

Yufuin

มีให้ถ่ายคู่กับอุลตร้าแมน + หุ่นเหล็กหมายเลข 28 ด้วย

Yufuin

Yufuin

Yufuin

มาถึงส่วนถนนคนเดิน ร้านค้าเพียบ

Snoopy in Yufuin

ไอติมสนูปปี้รสชาเขียว

Yufuin

ร้านขายเหล้าและอื่นๆ

Yufuin

บรรยากาศมันปายมาก

ผมไม่ได้กะว่าจะซื้อของฝากหรือของที่ระลึกอะไรติดมือไปด้วยอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้ใช้เวลากับร้านค้าสักเท่าไหร่ แต่ตั้งใจว่ามาแล้วจะลองแช่ออนเซ็นในเมืองนี้ดู ซึ่งต้องเดินออกไปรอบนอกของตัวเมืองหน่อย

Yufuin

รอบนอกเมืองก็บ้านนอกดีๆ นี่เอง

Yufuin Rice Field

พื้นที่รอบนอกส่วนใหญ่เป็นนาข้าว

Yama no Hotel

เรียงกังหลายๆ แห่งใน Yufuin นี่จะเปิดให้คนที่ไม่ใช่แขกเข้าไปแช่น้ำร้อนได้ด้วย ผมเลือกเรียวกัง Musoen ที่มีบ่อแบบ outdoor ให้แช่ ค่าบริการ 700 เยน (+ผ้าเช็ดตัวราคา 200 เยน) การใช้งานก็เหมือนออนเซ็นญี่ปุ่นปกติ มีห้องล็อกเกอร์สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ (แบบบ้านๆ หน่อย) แล้วก็อาบน้ำล้างตัวก่อนลงบ่อ

Musoen

ที่ Musoen นี่บรรยากาศดีเลย มีสวนมีต้นไม้ร่มรื่น ตอนแช่น้ำร้อนเห็นวิวท้องฟ้า ก้อนเมฆ และภูเขา Yufu อยู่ไกลออกไปลิบๆ ติดอยู่ตรงที่ว่าอยู่ห่างจากตัวเมืองออกมาเยอะหน่อย ตอนเดินมาเล่นเอาหอบแฮ่ก ดูในแผนที่เหมือนจะพอเดินได้ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นทางขึ้นลงเนินเขา จะเหนื่อยกว่าปกติ

Yufu Mountain

ยอดเขา Yufu มีเมฆปกคลุม

Yufuin

มีแต่ทุ่งนาจริงๆ

Yufuin Station

Yufuin Station

เดินกลับมาถึงสถานี Yufuin ฝนก็เริ่มเทลงมา

Yufuin Station

ในสถานีมี Waiting Room ก็นั่งรอฝนซา

Beer

ระหว่างเดินเล่นรอรถไฟขากลับ ไปเจอกับเบียร์ท้องถิ่น ขวดนี้ 600 เยน

Yufuin Station

เพิ่งเห็นว่าถ้าเดินไปจนสุดชานชาลาจะมีที่ให้แช่เท้าด้วย

Yufuin no Mori

แต่ไม่มีเวลาแช่ เพราะรถไฟมาแล้ว เป็น Yufuin no Mori เหมือนตอนขามา

Yufuin no Mori

อันนี้ซื้อจากมินิมาร์ทในเมือง เอามากินบนรถ เป็นซันโตรี่ผสมโค้ก อร่อยดี

Japan Train Station

เจอรถไฟ JR สีเหลือง สวยดี

ข้อแนะนำตอนนั่ง Yufuin no Mori คือขามา ถ้านั่งติดหน้าต่างฝั่งขวา จะมองเห็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของแถบน้ำด้วย จังหวะนั้นรถไฟจะชะลอให้มีโอกาสดูด้วย ถ้าขากลับก็ให้นั่งฝั่งซ้าย

เที่ยวคิวชูด้วยตัวเอง : นั่งรถไฟ Yufuin no Mori

วันที่ 6 ในเกาะคิวชู ตามโปรแกรม วันนี้จะนั่งรถไฟไปเที่ยว Yufuin เมืองน้ำพุร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น แต่ก่อนเดินทางก็ต้องหาของกินเสียก่อน ผมเลือกไปกินร้านปลาดิบที่อยู่ใน Fukuoka City Fish Market Center คือดูชื่อแล้วเหมือนจะเป็นตลาดปลา แต่พอไปจริงๆ แล้วดูเหมือนสหกรณ์ประมงอะไรงี้มากกว่า ไม่มีตลาดสดอะไรให้ดู

Fukuoka City Fish Market Center

ลงรถไฟที่สถานี Akasaka แล้วเดินต่ออีกราวๆ 700 เมตร หน้าตึกมีป้ายชัดเจน

Uogashi

ร้าน Hakata Uogashi อยู่ชั้นล่างของตึกเลย (รีวิวจาก tabelog)

Hakata Uogashi

ร้านไม่ใหญ่มาก มีโต๊ะนั่งกิน หรือนั่งที่เคาท์เตอร์ก็ได้ บนผนังมีราคาอาหารให้ดู ราคาไม่แพงเลย

Hakata Uogashi

ผมสั่ง Ikura Kaizendon เป็นข้าวหน้าปลาดิบรวม + ไข่ปลา อันนี้ราคา 980 เยน ปลาสดอร่อยไม่ผิดหวัง

จบจากมื้อเช้าแล้วก็ได้เวลาไปขึ้นรถไฟเพื่อไป Yufuin สักที

Yufuin เป็นเมืองท่องเที่ยวในจังหวัด Oita เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องน้ำพุร้อนอีกเมืองนึงนอกจาก Beppu (ที่ดังกว่าและนักท่องเที่ยวเยอะกว่า) การเดินทางจาก Fukuoka แบบสะดวกสุดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเราๆ ก็คือนั่งรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.10 นาที โดยรถที่มีให้บริการจะมีรถขบวน Yufu ที่เป็นรถ Limited Express ธรรมดา กับรถไฟท่องเที่ยวขบวน Yufuin no Mori วิ่งเส้นทางเดียวกัน ถ้ามี JR Pass ก็สามารถใช้ได้เลย

สำหรับรถขบวน Yufuin no Mori เป็นรถที่คนนิยมนั่งกันทำให้ต้องจองล่วงหน้า ไม่งั้นจะไม่มีที่นั่ง ควรจะเผื่อเวลาไว้สัก 3-4 วัน ของผมก็จองตั๋วไว้ตั้งแต่วันแรกๆ ที่มาถึงเลย

Yufuin no Mori

รถ Yufuin no Mori เข้าเทียบชานชาลาที่สถานี Hakata แล้ว

Yufuin no Mori

เป็นรถที่โด่งดังใช้ได้เลย พอเทียบชานชาลาปุ๊บ ก็มีคนมารุมถ่ายรูปกันเต็ม สังเกตจากเงาสะท้อนบนกระจกได้

Yufuin no Mori Ticket

ขบวนนี้ถึง Yufuin 11:34

Yufuin no Mori

มีเมนูอาหารให้สั่งด้วย สมกับเป็นรถไฟท่องเที่ยว

Yufuin no Mori

ภายในรถไฟตกแต่งด้วยไม้สีอ่อน เบาะนั่งสีเขียวเข้ม ให้ความรู้สึกผ่อนคลายดี บนรถไฟมีพนักงานสาวคอยให้บริการแบบเดียวกับแอร์โฮสเตสบนเครื่องบินด้วย

Yufuin no Mori

ผมสั่งข้าวกล่อง Yufuin no Mori (ชื่อเดียวกับขบวนรถ) เอาไว้ไปกินมื้อกลางวันที่ Yufuin ราคา 1,030 เยน

Yufuin no Mori

มีแจกโปสการ์ดพร้อมประทับตราว่าได้มาจริงๆ นะ

Yufuin no Mori

ห้องคนขับกับส่วนผู้โดยสารเป็นประตูกระจก สามารถเดินไปดู+ถ่ายรูปได้

Yufuin

พนักงานประจำขบวนเอาป้ายกับหมวกมาให้ มีบริการถ่ายรูปให้

Seven Stars

มาถึงสถานี Yufuin แล้ว เจอสิ่งก่อสร้างหน้าตาแปลกๆ เข้าใจว่าเป็นที่พักผู้โดยสารเฉพาะของขบวน Seven Stars รถไฟท่องเที่ยวระดับหรูหรา

Yufuin

ก้าวออกมาจากสถานี Yufuin ก็เจอวิวสวยๆ เลย มีถนนมุ่งเข้าตัวเมือง ร้านค้าเรียงรายสองข้างทาง มีภูเขา Yufu เป็นฉากหลัง

Yufuin

ใครใคร่นั่งรถม้าก็มีให้บริการ (ไม่รู้ราคา)

Yufuin Map

แผนที่เมือง Yufuin (เอามาจาก japan-guide) จะเห็นว่าออกจากสถานีแล้วจะมีถนนสายหลักมุ่งหน้าไปที่ทะเลสาบ Kirinko สองข้างทางนี่ก็จะเป็นร้านค้ามากมายสำหรับนักท่องเที่ยว

Yufuin

แต่ผมยังไม่อยากเจอคนเยอะๆ ก็เลยเดินมาทางถนนอีกเส้นหนึ่งที่ไปทะเลสาบ Kirinko เหมือนกัน ชมธรรมชาติและบรรยากาศเมืองในหุบเขา

Yufuin

น้ำใส ไหลเย็น เห็นเป็ด

Lake Kirinko

เดินมาสักกิโลนึงก็จะถึงทะเลสาบ วิวสวยเลยทีเดียว

Lake Kirinko

ผมเดินอ้อมทะเลสาบมาทางศาลเจ้าเล็กๆ ดูเงียบสงบดี มีมุมให้นั่งกินข้าว ก็ได้โอกาสกินข้าวกล่องที่ซื้อมา

Yufuin no Mori Ekiben

ข้าวกล่องหน้าตาแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นพืชผักแปลกๆ ที่ไม่รู้จักชื่อ กินแล้วไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ แอบเสียดายเงินอยู่

Yufuin

วิวตอนมองกลับไปอีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ

ตอนถัดไปจะเดินเที่ยวในตัวเมือง Yufuin ครับ