เที่ยวนาโกย่า : Yokoso Nagoya

ทริปนี้เป็นทริปมาญี่ปุ่นแบบลุยเดี่ยวเป็นครั้งที่สองของผม ความรู้ภาษาญี่ปุ่นก็ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วพอสมควร แต่ก็ยังจัดอยู่ในระดับเบสิกมากๆ (แบบเรียน Minna no Nihongo เล่มสอง ยังไม่ถึงครึ่งเล่ม)

จากเมืองไทย ถ้าจะมานาโกย่าก็ต้องมาลงที่สนามบิน Chubu Centrair International Airport หรือที่เค้าเรียกกันสั้นๆ ว่า Centrair (ตัวย่อ NGO) มีสายการบินให้บริการหลายสายทั้งบินตรงและแบบต้องต่อเครื่อง ที่ผมใช้บริการคือ China Eastern มีแวะต่อเครื่องที่เซี่ยงไฮ้ แต่ก็ราคาถูกกว่าสายการบินที่บินตรงอย่างมีนัยยะสำคัญ

PVG

แวะต่อเครื่องที่เซี่ยงไฮ้ (PVG)

NGO

Centrair เป็นสนามบินค่อนข้างใหม่ เพิ่งเปิดใช้เมื่อปี 2005 นี่เอง ลักษณะเป็นเกาะที่สร้างด้วยการถมที่ขึ้นมาเป็นสนามบิน อยู่ห่างจากตัวเมืองนาโกย่าไปทางใต้ เวลาเดินทางเข้าเมืองปกติก็จะนั่งรถไฟเอกชนของ Meitetsu เข้าไป (ใช้ JR Pass ขึ้นไม่ได้)

ซึ่งจริงๆ แล้วแถบภาคกลางของญี่ปุ่นจะมีรถไฟเอกชนให้บริการเยอะกว่าของ JR ทำให้ใช้ JR Pass ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ (ก็เลยไม่ได้ซื้อ)

JR Nagoya Station

JR Nagoya Station

สถานีรถไฟหลักของนาโกย่าคือ JR Nagoya ซึ่งใหญ่มาก มีหลายชั้น ด้านบนเป็นห้างหรูหรา ข้างๆ มีสถานี Meitetsu Nagoya และใต้ดินก็มีสถานีรถใต้ดินอีก บริเวณนี้ก็เลยจะวุ่นวายและพลุกพล่านมาก ผมต้องผ่านสถานีนี้ทุกวัน แต่กว่าจะพอจำทางได้ ก็เล่นเอาเกือบวันสุดท้ายของทริป

การเดินทางในเมืองส่วนใหญ่จะใช้รถใต้ดิน, เดินทางนอกเมืองเป็นรถ Meitetsu กับ Kintetsu หรือไม่ก็ JR ซึ่งทั้งหมดนี้ยังดีที่ใช้ตั๋ว Suica ร่วมกันได้ (ของเก่าจากทริปปีที่แล้วเอามาใช้ได้) แต่ก็จะไม่ได้ส่วนลด

แค่เรื่องรถไฟก็เหนื่อยแล้ว ลำบากกว่าโตเกียวเยอะเลย

สรุปทริปนาโกย่า 2014

ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นรอบสอง ห่างจากปีที่แล้วราวๆ ปีนึงพอดี คราวนี้ไปเฉพาะแถบเมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ไม่ได้มาแถบโตเกียวเลย

Oasis 21 & Nagoya TV Tower

หลังจากปีที่แล้วได้ไป event ของวง AKB48 มาแล้วรู้สึกติดใจ ปีนี้ก็อยากมาอีก แต่คราวนี้เป็นของวง Nogizaka46 ที่จัด event ในนาโกย่า 2 วันติด ก็เลยเป็นเหตุผลหลักของทริปนี้

สรุปโปรแกรมเที่ยวนาโกย่าคร่าวๆ

  • Day 1
    • นั่งสายการบิน China Eastern ออกจากสุวรรณภูมิตอนตีสอง แวะพักเซี่ยงไฮ้ 2 ชม.ครึ่ง ต่อเครื่องไปถึงนาโกย่าเกือบๆ บ่ายโมง
    • เข้าตัวเมืองนาโกย่า เก็บกระเป๋าเข้าโรงแรม
    • ออกไปเดินเล่นย่าน Osu Kannon Shopping Arcade
  • Day 2
    • ไปต่อคิวเข้างานจับมือใหญ่ของ Nogizaka46 ที่ Port Messe ตั้งแต่เช้า
    • ตอนบ่ายๆ ไปเดินเที่ยว SC Maglev & Railway Park
  • Day 3
    • ตอนเช้าไปงานจับมือเดี่ยวของ Nogizaka46 ที่ Port Messe
    • ตอนเย็นไปเดินเที่ยวย่าน Sakae
  • Day 4
    • วันนี้เหมือนจะมีอาการป่วยๆ จากที่วันที่สองไปตากลมหนาวต่อคิวรอเข้าดู mini live อยู่หลายชั่วโมง
    • แต่ก็ฝืนนั่งรถไฟออกไปเที่ยวเมือง Ise และ Matsusaka
  • Day 5
    • นอนป่วยอยู่ที่โรงแรม
    • ตอนบ่ายแก่ๆ อาการดีขึ้นก็ออกไปเดินแถว Nagoya Dome
  • Day 6
    • ออกไปเมือง Toyota ที่อยู่ข้างๆ ดู Toyota Municipal Museum of Art แถวนั้น
  • Day 7
    • นั่งรถไฟไปเที่ยวปราสาท Inuyama
    • ตอนบ่ายไปดูเมืองจำลอง Meiji Mura
  • Day 8
    • ไปปราสาทนาโกย่า, สวน Tokugawa, เก็บตกสถานที่ที่ยังไม่ได้ไปในตัวเมืองนาโกย่า
  • Day 9
    • เช็คเอาท์ออกจากโรงแรม เอากระเป๋าเดินทางใส่ล็อคเกอร์ที่สถานีนาโกย่าไว้ แล้วนั่งรถไฟไปเมือง Magome
    • เดินจาก Magome ไปเมือง Tsumago ตามเส้นทาง Nagasendo ระยะทางประมาณ 8 km
    • พักค้างคืนที่โฮมสเตย์ใกล้ๆ Tsumago
  • Day 10
    • เดินถ่ายรูป Tsumago ยามเช้า นั่งรถบัส + ต่อรถไฟไปสถานีนาโกย่า แวะเอากระเป๋าเดินทางแล้วไปสนามบิน
    • เครื่องออกจาก NGO ตอนสี่โมงเย็น แวะเซี่ยงไฮ้ 3 ชม.ครึ่ง ต่อเครื่องกลับมาถึงสุวรรณภูมิตีหนึ่งพอดี
    • นอนพักแป๊บนึง แล้วก็ตื่นไปทำงานเลย T-T

สรุป

บิน China Eastern BKK-NGO ราคาโอเค (ผมซื้อตั๋วได้ในราคา 15,110 บาท) เวลาดี ต่อเครื่องไม่นาน แต่อาหารแย่มาก

อาหาร

โรงแรม Eco Hotel Nagoya ผมจองผ่าน booking.com คืนละ 2,500 เยน ถ้าใครเดินทางคนเดียวมานาโกย่า แนะนำโรงแรมนี้เลย มีห้องเดี่ยว สะอาด ราคาถูก อยู่ติดสถานีรถไฟ ใกล้ร้านสะดวกซื้อ ในห้องมีทีวี+ตู้เย็นด้วย

การเดินทางในนาโกย่ามีรถเอกชนหลายบริษัท ไม่ค่อยจะมี pass ที่ใช้เดินทางได้คุ้มๆ เท่าไหร่ สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งก็อยู่ไกลกัน เดินไม่ถึง ทำให้ทริปนี้เปลืองค่าเดินทางอยู่พอสมควร

ถ้าไปเที่ยวคนเดียว ทางเลือกอื่นนอกจากเช่า pocket WiFi ก็มีซื้อซิมสำหรับเล่นเน็ตอย่างเดียว ผมใช้ของ B-Mobile สั่งซื้อล่วงหน้าผ่านเว็บได้ ตัดบัตรเครดิต แล้วให้ส่งไปที่สนามบินหรือโรงแรมได้

B-Mobile Prepaid SIM

นาโกย่าเป็นเมืองธุรกิจ ไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น must-see ได้มาเที่ยวแล้วก็เข้าใจว่าทำไมไม่ค่อยมีคนมากัน

อาหารนาโกย่าไม่ค่อยอร่อย ลองกินของขึ้นชื่อหลายอย่างแล้วก็ยังเฉยๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีอาการป่วยๆ ทั้งทริปหรือว่าเลือกร้านไม่ถูกกันแน่

สรุปว่าทริปนี้ในเรื่องการท่องเท่ียวอาจจะไม่จุใจเท่าไหร่ แต่ถ้านับเฉพาะ event ที่ไปเข้าร่วมก็ถือว่าคุ้มค่าที่ได้มาละ

Natsu no Free & Easy T-Shirts

ซิงเกิ้ลที่ 9 ของ 乃木坂46 (Nogizaka46) ที่ชื่อว่า 「夏のFree&Easy」 (Natsu no Free & Easy) เพิ่งวางขายไปเมื่อวันก่อน โดยมีหน้าปกเป็นคอนเซปต์ประมาณว่าให้เมมเบอร์ทุกคนไปดูคอนเสิร์ตวงร็อค ใส่เสื้อยืดกันหมด

เสื้อยืดที่แต่ละคนใส่ก็จะล้อกับชื่อหรือเรื่องส่วนตัวของเมมเบอร์นั้นๆ แต่ละคนไม่ซ้ำกัน

ปกซิงเกิ้ล

ตัวอย่างปกก็ตามรูป

มีเสื้อบางลายที่เห็นแล้วชอบเลย

Hashimoto Nanami

อันนี้เอาโลโก้วงร็อค AC/DC มาดัดแปลงเป็นชื่อเมมเบอร์ Hashimoto Nanami (คำว่า Nanami พ้องเสียงกับ 773 ในภาษาญี่ปุ่น)

Nishino Nanase

หนึ่งในชื่อเล่นของ Nishino Nanase ที่เรียกกันคือ Nanasemaru ซึ่ง Maru = วงกลม ลายนี้ดัดแปลงมาจากโลโก้ของ Nirvana

Matsui Rena

ที่ชอบที่สุดคือลายของ Matsui Rena อันนี้ ดัดแปลงจากปกอัลบั้ม The Dark Side of the Moon ของ Pink Floyd ที่มาแทนปริซึมที่อยู่ตรงกลางคือตัวปลา Shachihoko ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนาโกย่า (เรนะมาจากนาโกย่า)

เว็บไซต์ official ก็ไม่ปล่อยให้แฟนๆ ต้องผิดหวัง เพราะมีขายทุกแบบ แต่ตัวละ 4,000 เยน เทียบเป็นเงินไทยแล้วก็ราวๆ 1,300 บาท ใครที่มีทุนทรัพย์จะหาซื้อก็ไปที่ Nogizaka46 Official shop