UK-FR Trip #15 : Montmartre / Musee Rodin / Champs-Élysées

ปารีสวันที่ 5 โปรแกรมวันนี้เริ่มต้นกันที่โบสถ์ Sacre Coeur ซึ่งอยู่เขต 18 ไกลจากที่พักพอสมควร การเดินทางก็ Metro เหมือนเดิม ไปลงที่สถานี Abbysses

Metro
บรรยากาศในตู้ขบวน Paris Metro

เขต 18 ของปารีสอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นเนินเขา และโบสถ์ Sacre Coeur นี่ก็อยู่บนเนินนั่นแหละ ซึ่งวิธีขึ้นไปก็มีให้เลือกระหว่างขึ้นรถรางไป หรือไม่ก็เดินขึ้นบันได

Paris
ทางขึ้นรถราง แน่นอนว่าเสียตังค์

เนื่องจากอากาศดี และไม่อยากเสียเงินค่ารถราง ก็เลยใช้วิธีเดินขึ้นเนินมาเรื่อยๆ ตามอย่างหนัง Amélie ฉากในคลิปข้างล่าง

Sacred Coeur
อากาศดี เดินได้ชิลๆ

ข้อควรระวังนิดนึงของการเดินขึ้นคือ จะมีแก๊งขายของ พยายามจะมาบังคับขายของให้นักท่องเที่ยว ก็พยายามเดินหลีกๆ เอา

Sacred Coeur
มองกลับลงไปด้านล่าง

Sacred Coeur
ขึ้นมาถึงแล้ว ด้านหน้ามีรูปปั้น Joan of Arc อยู่ด้วย

โบสถ์ Sacre Coeur มีลักษณะคือด้านนอกเป็นสีขาวเด่นทั้งหลัง ถ่ายรูปตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าแล้วก็สนามหญ้าสีเขียวๆ ได้สวยดี ส่วนข้างในก็เป็นโบสถ์ธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษ

Sacred Coeur
มองลงไปเห็นปารีสทั้งเมือง

เดินถ่ายรูปจนทั่วแล้ว ก็เดินต่อลงมาด้านล่าง จะเป็นย่านที่เรียกกันว่ามงมาร์ต (Montmartre) ในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของพวกศิลปินดังหลายคน และบรรยากาศในปัจจุบันก็ออกไปในสไตล์เก๋ๆ ติดดินหน่อยๆ

Montmartre
ตลาดขายของ

Montmartre
ภาพล้อนโปเลียน ดัดแปลงจากภาพ Napoleon Crossing the Alps โดย Jacques Louis David

Montmartre
ภาพวาดเจ้าชายน้อยบนประตู

Montmartre
นักดนตรีเปิดหมวก

ย่าน Montmartre นี่ยังเป็นฉากที่ถ่ายทำหนังหลายเรื่อง เช่น Amélie, La Vie en Rose, Moulin Rouge

Montmartre
Graffiti ยังมีให้เห็นทั่วไป

เดินลงมาจนถึงด้านล่างของเนินเขาจะเป็นตลาด มีของกินขายเพียบ

Montmartre
เป็ดหรือห่านก็ไม่รู้เหมือนกัน

ถ้าเดินไปตามถนน Rue Lepic จะเจอ Cafe ร้านนึงชื่อว่า Cafe Des Deux Moulins ชื่อ Cafe แปลว่า กังหันลมสองอัน

Montmartre
ด้านหน้า Cafe Des Deux Moulins

Cafe ร้านนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนัง Amélie คือเป็นร้านที่นางเอกทำงานอยู่

Montmartre
ด้านในร้าน ก็คล้ายๆ กับในหนัง แต่ไม่มีตู้ขายบุหรี่

Amelie
Amélie !

Cafe ที่ฝรั่งเศสนี่นอกจากกาแฟแล้ว ก็จะมีขายอาหารง่ายๆ รวมทั้งเบียร์ด้วย

1664
Kronenbourg 1664 หมดแก้วแล้วก็ไปต่อ

Amelie
ชักภาพเมนูหน้าร้าน

Van Gough
ภาพ Van Gogh บนกำแพงแถวนั้น

โปรแกรมมื้อเที่ยงวันนี้จะซื้อของกินไปนั่งกินในสวน ก็เลยแวะร้านขายของกินแถวนั้นที่มีอยู่ละลานตามาก

Montmartre
สำหรับคนรักเนื้อ มีให้เลือกหลายชนิด ของแปลกๆ ที่ไม่ค่อยเห็นตาม supermarket บ้านเราเพียบ

Butcher
คนขายเนื้อ

Bookstore
เดินผ่านร้านการ์ตูน นอกจากการ์ตูนฝรั่งเศสอย่างของ Enki Bilal ก็แอบมีการ์ตูนญี่ปุ่นขายด้วย

Food
Ratatouille มันหน้าตาแบบนี้นี่เอง

Food
แปลว่า น่องไก่ อะไรสักอย่าง

Food
ขนมปังฝรั่งเศส ขาดไม่ได้

หลังจากซื้อของกินเรียบร้อยแล้วก็เดินไปนั่ง Metro เพื่อไปสวนสาธารณะที่จะนั่งกิน (จริงๆ จะไปซื้อแถวสวนก็ได้ แต่ไม่รู้ว่ามีอะไรขายหรือเปล่า ก็เลยซื้อเสียตั้งแต่แถวนี้ที่มีให้เลือกเยอะๆ)

Paris
ร้านนี้ขายอะไรก็ไม่รู้

Paris
ก่อนไปลง Metro เจอ Moulin Rouge ของจริง ก็เป็น "กังหันสีแดง" ตามชื่อ

นั่ง Metro ไปเขต 6 เพื่อไปที่สวน Jardin du Luxembourg เป็นสถานที่ที่เค้าว่าเหมาะสมแก่การนั่งปิคนิค

Paris
มาถึงสวน Luxembourg แล้ว

Paris
ไวน์ที่ซื้อมาจากร้าน Nicolas บนเกาะ Saint Louis เมื่อวาน

Food
กินไวน์แกล้ม ขนมปัง แฮม ตับบด น่องไก่ ชีส และ Ratatouille

สวน Luxembourg นี่เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในปารีส (รองจากสวน Tuileries) ภายในมีบ่อน้ำ น้ำพุ รูปปั้นสวยๆ ให้ถ่ายรูป มีสนามหญ้าให้นั่งพักผ่อน ย่านนี้อยู่ใกล้ Sorbonne ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังของฝรั่งเศส ในสวนจึงมีหนุ่มสาวหน้าตา intellectual มาพักผ่อนกันเยอะเป็นพิเศษ ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านเหมือนที่อื่นๆ เหมาะกับการมานั่งพักผ่อนชิลๆ มาก

Jardin
บรรยากาศในสวน ด้านหลังเป็นสระน้ำ และ Luxembourg Palace

Jardin
รูปปั้นในสวน

กินอาหารกลางวันจนอิ่ม พักผ่อนเอาแรงอีกเล็กน้อย ก็ได้เวลาเดินทางต่อ

Paris
โฆษณา Google Maps บนโต๊ะใน Cafe ใกล้ๆ

สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับสวน Luxembourg คือ Pantheon (ฝรั่งเศสอ่าน ปงเตออง) ข้างในเป็นที่เก็บศพคนดัง เช่น Voltaire, Victor Hugo, Pierre & Marie Curie ฯลฯ แล้วก็ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Classic ที่สวยงาม แต่พอดีเวลาไม่ลงตัว ก็เลยไม่ได้เข้าไปดู

Paris
Pantheon อยู่ใกล้แค่นี้ แต่ไม่ได้ไป

เป้าหมายต่อไปคือ Musée Rodin ระหว่างทางเดินไปขึ้น Metro ก็ผ่านพิพิธภัณฑ์อีกแห่งหนึ่งคือ Musée de Cluny เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับยุค middle age ซึ่งก็ไม่มีเวลาเข้าไปดูอีกเหมือนกัน

Cluny
เกาะรั้ว Musée de Cluny

Paris
Metro สถานี Cluny-la Sorbonne เพดานสวยดี

นั่ง Metro มาจนถึงสถานี Varenne เดินต่ออีกนิดนึงก็ถึง Musée Rodin ใช้ Museum Pass เข้าได้เลย

Paris
ป้ายบอกทางเข้า

Musée Rodin เป็นที่จัดแสดงผลงานของ Auguste Rodin นักปฏิมากรรมคนสำคัญของฝรั่งเศส ซึ่งเคยใช้ตึกนี้เป็นสตูดิโอมาก่อน โดยก่อนตาย Rodin ได้ทำข้อตกลงกับรัฐบาลไว้ว่าจะยกผลงานทั้งหมดให้เป็นสมบัติชาติ แลกกับการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ทำให้ที่ Musée Rodin นี้ผลงานเกือบทั้งหมดที่จัดแสดง จะเป็น collection งานของ Rodin และงานของคนอื่นบางส่วนที่ Rodin เคยครอบครอง (ในนั้นมีภาพเขียนของ Van Gogh และ Renoir ด้วย)

ผลงานที่จัดแสดงก็จะกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ในสวน และในตัวตึก เดินดูได้สบายๆ บรรยากาศร่มรื่น

Paris
The Thinker ผลงานชื่อดังของ Rodin

Rodin
The Gate of Hell ผลงานชื่อดังอีกชิ้นหนึ่ง

Rodin
ลองซูมใกล้ๆ The Gate of Hell

Rodin
บรรยากาศรวมๆ นักท่องเที่ยวไม่เยอะ เดินสบายๆ

Rodin
ตัวอย่างผลงานที่อยู่ในตัวตึก

ถ้าใครชอบงาน sculpture ก็ไม่ควรพลาด

กว่าจะออกจาก Musée Rodin ก็ตกเย็นแล้ว เป้าหมายสุดท้ายของวันนี้ก็คือถนนช็องเซลีเซ่ (Champs-Élysées) หนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้าหรูหรา ฟู่ฟ่า ที่สุดในยุโรปเลยก็ว่าได้

PSG
ร้านขายของของสโมสร Paris Saint-Germain ก็ตั้งอยู่แถวนี้

Paris
ปารีเซียงต่อคิวดูกังฟูแพนด้า

Paris
ลิมูซีนคันใหญ่วิ่งตามถนนนี้ถือเป็นเรื่องปกติ

Paris
ร้าน Louis Vuitton หรูกว่าตรงแยกราชประสงค์ประมาณแปดล้านเท่า

ถนน Champs-Élysées นี่ยังเป็นต้นแบบของถนนราชดำเนินในบ้านเราด้วย

Paris
พอเดินเลยโซนที่เป็นร้านหรูๆ ออกมา ดูไปก็คล้ายๆ ราชดำเนินบ้านเรา

และเมื่อเราเดินตามถนนมาเรื่อยๆ จนสุดก็จะเจอกับจตุรัส Chales de Gaulle ซึ่งเป็นวงเวียนที่มีถนน 12 สายมาบรรจบกัน (ลองดูใน Google Maps ก็ได้) และตรงใจกลางของวงเวียน เป็นที่ตั้งของประตูชัย Arc de Triomphe อีกสัญลักษณ์หนึ่งของปารีส

Paris
ประตูชัย

ประตูชัยของปารีสนี้สูงประมาณ 50 เมตร ถ้าว่ากันในเรื่องขนาด ถือว่าใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เป็นรองแค่ประตูชัยแห่งเปียงยาง ที่อยู่ในเกาหลีเหนือเท่านั้น

นักท่องเที่ยวสามารถเดินลงอุโมงค์เพื่อไปโผล่ที่เกาะกลางได้

Paris
อุโมงค์ลอดใต้ถนน

ถ้าเข้าไปดูใกล้ๆ ก็จะเห็นรายละเอียดพวกรูปสลัก และตัวหนังสือที่จารึกไว้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องประวัตศาสตร์การทำสงครามของฝรั่งเศส และระลึกถึงทหารที่เสียชีวิต

Arc
อันนี้แปลไม่ออก

Arc
ชักภาพในมุม wide ก่อนจะมืด

จริงๆ แล้วสามารถขึ้นไปดูวิวที่ด้านบนประตูชัยได้ แต่ดันหาทางขึ้นไม่เจอ ประกอบกับเหนื่อยด้วย เลยเอาเดินถ่ายรูปรอบๆ ก็พอ

Arc
พอเริ่มมืด เค้าจะเปิดไฟสีล้มๆ หน่อย ตัดกับท้องฟ้าสีเข้ม

Arc
เดินกลับมาถ่ายจากหัวมุมถนน Champs-Elysees (นักท่องเที่ยวเยอะมาก)

ประตูชัยนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของ L’Axe Historique (แนวเส้นตรงทางประวัติศาสตร์) ซึ่งลากตรงออกจาก Louvre ผ่านสวน Tuileries ไปตามถนน Champs-Élysées ผ่านประตูชัย ไปจนสิ้นสุดที่ประตูชัยใหม่ ในเขต La Defense วัดเป็นระยะทาง (ใน google maps) ก็เกือบๆ 8 กิโลเมตร เป็นแนวเส้นตรงดิ่ง ไม่มีสิ่งก่อสร้างกีดขวางเลย เป็นการวางผังเมืองที่เท่ดีมาก

Paris
ปารีเซียง (+นักท่องเที่ยว) เดินข้ามถนน

ถ่ายรูปจนพอใจแล้วก็กลับที่พัก นอนเอาแรงสำหรับวันต่อไป

ลิงก์ตอนเก่าๆ